logo_mobile
search
branch

หนังสือแจ้งนโยบายความเป็นส่วนตัวต่อพันธมิตรทางธุรกิจ

 

ฉบับลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2563

 

บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด (“บริษัท,” “เรา หรือ ของเรา”) เล็งเห็นถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อรับผลิตภัณฑ์และบริการของเรา เราทราบดีว่าท่านให้ความสำคัญกับวิธีการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และส่งหรือโอนข้อมูลของท่านไปยังต่างประเทศ ซึ่งเราจะนำข้อมูลที่ท่านให้กับเรานั้นไปใช้เพื่อมอบผลิตภัณฑ์และให้บริการที่ตรงกับความต้องการเฉพาะสำหรับท่านอย่างเหมาะสมทั้งจากเราและบริษัทที่อยู่ในระบบนิเวศของข้อมูล (Data ecosystem) ของกลุ่มเซ็นทรัล บริษัทขอขอบคุณที่ท่านให้ความไว้วางใจของท่านและเราจะดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยความระมัดระวังและอย่างสมเหตุสมผลเพื่อมอบประสบการณ์และการให้บริการลูกค้าอย่างดีที่สุดเฉพาะให้แก่ท่าน

นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ("นโยบายความเป็นส่วนตัว") ใช้บังคับคลอบคลุมถึงร้านค้าปลีก เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (call center) ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ช่องทางการสื่อสารทางออนไลน์ ตลอดจนสถานที่อื่นๆ ที่ได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อย่างไรก็ตาม กรุณาอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ควบคู่กับข้อตกลงและเงื่อนไขสำหรับบริการเฉพาะดังกล่าวที่ท่านใช้

ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ "ข้อมูลส่วนบุคคล" หมายถึง "ข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคลหรือที่ทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ตามที่ระบุด้านล่าง"

บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้เป็นครั้งคราว ดังนั้น โปรดตรวจสอบว่านโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ได้รับการแก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อใดเป็นประจำ การเปลี่ยนแปลงใดๆ จะมีผลทันทีเมื่อเราเผยแพร่นโยบายความเป็นส่วนตัวที่แก้ไขดังกล่าวลงในเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของเรา เราจะแจ้งให้ท่านทราบหากมีการแก้ไขหรือปรับปรุงที่มีนัยสำคัญ ส่วนกรณีเป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่เป็นการลิดรอนสิทธิของท่านในส่วนของข้อมูลที่ละเอียดอ่อนตามนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ บริษัทจะดำเนินการเพื่อขอความยินยอมจากท่านก่อน เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดเป็นอย่างอื่น

1. ข้อมูลส่วนบุคคลประเภทใดบ้างที่เราเก็บรวบรวม

เราอาจมีการเก็บรวบรวมหรือรับข้อมูลประเภทดังต่อไปนี้ซึ่งอาจรวมไปถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยตรงหรือโดยอ้อมจากท่านหรือแหล่งข้อมูลอื่นๆ หรือจากกลุ่มเซ็นทรัล บริษัทในเครือ บริษัทย่อย พันธมิตรทางธุรกิจ หรือบริษัทอื่นๆ โดยลักษณะของข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวมนั้นจะขึ้นอยู่กับบริบทของการติดต่อสื่อสารและความสัมพันธ์ของท่านกับเรา รวมถึงบริการหรือผลิตภัณฑ์ที่ท่านต้องการจากเราและในกลุ่มเซ็นทรัล

1)      ข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ คำนำหน้าชื่อ ชื่อ นามสกุล อายุ วันเกิด เพศ สัญชาติ รูปถ่าย วุฒิการศึกษา คุณสมบัติ ข้อมูลประกันภัย ทะเบียนบ้าน ข้อมูลที่เกี่ยวกับการประกอบอาชีพ (เช่น ตำแหน่งงาน สถานที่ทำงาน) ข้อมูลบนบัตรที่ออกโดยรัฐบาล (เช่น เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน เลขหนังสือเดินทาง) ลายมือชื่อ ใบอนุญาต หรือเอกสารที่ใช้ในการระบุตัวตนอื่นๆ

2)           ข้อมูลเพื่อการติดต่อ ได้แก่ หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรสาร ไลน์ไอดี (LINE ID) ที่อยู่ ประเทศที่พำนัก จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) ข้อมูลผู้ติดต่อ และข้อมูลเพื่อการติดต่ออื่นๆ รวมถึงรายชื่อของพนักงานที่ท่านเกี่ยวข้องด้วย

3)           ข้อมูลเกี่ยวข้องกับยานพาหนะ ได้แก่ ใบอนุญาตขับขี่ ทะเบียนรถ ข้อมูลการจดทะเบียนรถ รวมถึงรายละเอียดต่างๆ ของยานพาหนะ

4)     ข้อมูลทางการเงิน ได้แก่ บัญชีธนาคาร สมุดเงินฝาก รายการเดินบัญชี หนังสือค้ำประกันของธนาคาร และข้อมูลทางการเงินอื่นๆ

5)     ฐานะทางการเงิน ได้แก่ ข้อมูลของท่านที่เกี่ยวกับรายละเอียดความเสี่ยงสำหรับพันมิตรทางธุรกิจ การจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางเครดิตและความสามารถในการชำระหนี้ (credit rating and solvency) ข้อมูลตามแบบประเมินความเสี่ยง (information in accordance with the declaration of suitability) รวมถึงข้อมูลของสัญญาที่ปรากฏบนเอกสารโต้ตอบอื่นๆ เช่น จดหมายที่บริษัทได้สื่อสารไปถึงท่าน และ/หรือ

6)           ข้อมูลอื่นๆ ที่ได้จัดเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเราและพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น ข้อมูลที่ท่านแก่เราในสัญญา แบบฟอร์มหรือแบบสำรวจวิจัยข้อมูลต่างๆ

 

หากท่านได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามแก่เรา เช่น ชื่อ และหมายเลขโทรศัพท์เพื่อการติดต่อในกรณีฉุกเฉิน กรุณาแจ้งบุคคลเหล่านั้นให้ทราบถึงนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ และ/หรือขอความยินยอมจากบุคคลเหล่านั้น หากจำเป็น

2. เหตุใดเราจึงเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ตามที่การมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับท่าน เราได้เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ดังนี้ เพื่อการใช้ประโยชน์ของข้อมูลโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อการทำหรือปฏิบัติตามสัญญา เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์สาธารณะ เพื่อการขออนุญาต หรือตามที่กฎหมายอนุญาตให้กระทำ ซึ่งอาจเป็นกรณีดังต่อไปนี้

  การติดต่อสื่อสารทางธุรกิจ ได้แก่ การดำเนินการเพื่อการซื้อขาย การสื่อสารกับพันธมิตรเกี่ยวกับสินค้า บริการ และงานโครงการของเราหรือของพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น การตอบสนองตามที่สอบถามหรือความต้องการ การแจ้งถึงความคืบหน้า ผลที่เกิดขึ้น และการจัดการที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของเรา

  การคัดเลือกพันธมิตรทางธุรกิจ ได้แก่ การตรวจสอบถึงลักษณะเฉพาะและสถานะของพันธมิตรทางธุรกิจ การตรวจสอบวิเคราะห์สถานะหรือภูมิหลังต่างๆ หรือการระบุและจำแนกความเสี่ยงของท่านและพันธมิตรทางธุรกิจ (รวมถึง การกลั่นกรองจากข้อมูลถึงข้อขัดแย้งที่เปิดเผยที่มีต่อส่วนงานบังคับใช้กฎหมายของราชการ และ/หรือ รายชื่อผู้มีความเสี่ยงของทางราชการ) การประเมินถึงความเหมาะสมและคุณสมบัติของท่านและพันธมิตรทางธุรกิจ การแจ้งเพื่อให้เสนอราคาหรือร่วมประมูลงาน การปฏิบัติตามสัญญาต่อท่านหรือพันธมิตรทางธุรกิจ

  การจัดการข้อมูลของพันธมิตรทางธุรกิจ ได้แก่ การรักษาสถานะและการปรับปรุงบัญชีรายชื่อของพันธมิตรทางธุรกิจ (รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน) การจัดเก็บเอกสารสัญญาและเอกสารที่เกี่ยวข้องที่ท่านถูกอ้างถึง

  การจัดการด้านความสัมพันธ์ ได้แก่ การวางแผน การดำเนินการ และการจัดการด้านความสัมพันธ์ตามสัญญากับพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น การการดำเนินการตามรายการซื้อขายหรือคำสั่งซื้อสินค้าหรือบริการ การจัดการฝึกอบรม การดำเนินการและการจัดการในการชำระเงิน การจัดการด้านการบัญชี การตรวจสอบ การขอรับชำระเงิน การรับประกันและการรับเงิน  การจัดการเกี่ยวกับการจัดส่งสินค้า การสนับสนุนในการให้บริการ และการบันทึกและติดตามข้อมูลที่จัดเก็บไว้

  การวิเคราะห์และปรับปรุงด้านธุรกิจ ได้แก่ การดำเนินการเพื่อการวิจัย การวิเคราะห์ข้อมูล การทำแบบประเมิน การสำรวจวิจัยข้อมูลและจัดทำรายงานเกี่ยวกับสินค้า การให้บริการ รวมถึงประสิทธิภาพของท่านหรือพันธมิตรทางธุรกิจ การพัฒนาและปรับปรุงกลยุทธ์ทางการตลาด สินค้า และการให้บริการ

  ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสนับสนุน ได้แก่ การจัดให้มีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงระบบรับแจ้งปัญหาจากการใช้งาน การสร้าง ดูแล และจัดการการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ต่างๆ ของท่านตามที่เราอนุญาตให้เข้าถึงได้ การลบบัญชีคู่ค้าที่ไม่เคลื่อนไหว จัดเตรียมระบบเพื่อการควบคุมทางด้านธุรกิจเพื่อให้ธุรกิจของเราสามารถดำเนินการได้ และเพื่อที่จะระบุหรือแก้ไขปัญหาในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของเรา และการรักษาให้ระบบของเรามีความปลอดภัย และยังคงให้การพัฒนา การใช้ และการบำรุงรักษาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

  การรักษาความปลอดภัยและระบบการเฝ้าระวัง ได้แก่ การจัดให้มีการพิสูจน์ยืนยันตัวตน การควบคุมการเข้าพื้นที่ และบันทึกการเข้า-ออกสถานที่ ระบบการเฝ้าระวัง เครื่องมือที่ใช้งานและระบบอินเทอร์เน็ต ระบบสารสนเทศที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยที่น่าเชื่อถือ การป้องกันและแก้ไขด้านอาชญากรรม รวมถึงการบริหารจัดการความเสี่ยง และการป้องกันการทุจริต

  การจัดการข้อโต้แย้ง ได้แก่ การแก้ไขข้อโต้แย้ง การบังคับใช้สัญญาของเรา การก่อตั้งสิทธิ ใช้สิทธิ หรือโต้แย้งสิทธิตามกฎหมาย

  การสอบสวน การร้องทุกข์ และ/หรือ การป้องกันอาชญากรรมหรือการทุจริต

  การปฏิบัติตามกฎหมาย ตามนโยบายที่ใช้เป็นการภายใน และตามกฎหมาย ข้อกำหนด หรือกฎเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นการทั่วไป แนวทางในการปฏิบัติหรือการปฏิบัติตามข้อแนะนำเพื่อไม่ให้เกิดข้อโต้แย้งต่างๆ จากที่ปรึกษาผู้เชียวชาญในด้านนั้นๆ

  การประสานงานและการสร้างปฏิสัมพันธ์ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือศาลที่มีเขตอำนาจต่างๆ

  วัตถุประสงค์ด้านการตลาด ได้แก่ การแจ้งให้ท่านทราบถึงข่าวสารหรือประกาศโฆษณาที่เป็นประโยชน์ เหตุการณ์ การเสนอบริการใหม่ การจัดทำการสำรวจวิจัยข้อมูล

  การปฏิบัติตามความต้องการที่เหมาะสมต่อการประกอบธุรกิจ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะการบริหารจัดการภายในองค์กร การฝึกอบรม คุณภาพในการให้บริการ การตรวจสอบ การรายงาน การเสนอหรือยื่นเอกสารเพื่อการต่างๆ การประมวลผลข้อมูล การบริหารความด้านเสี่ยงหรือด้านการควบคุมจัดการ การดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลสถิติ การวิเคราะห์แนวโน้มและการวางแผนหรือกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และ/หรือ

  การบริหารด้านธุรกิจ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะการจัดการองค์กรตามปกติและการจัดเก็บข้อมูลทางธุรกิจของเรา บึกทึกโต้ตอบที่เกี่ยวเนื่องจากความสัมพันธ์ของเรากับท่าน หรือเกี่ยวกับการบริหารจัดการ หรือเนื่องมาจากการแก้ไขปัญหา

โดยที่เรามีความจำเป็นต้องจัดเก็นข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมาย หรือเพื่อการเข้าผูกพันหรือการปฏิบัติตามสัญญาที่เรามีระหว่างกันและท่านไม่สามารถนำส่งข้อมูลเมื่อมีความต้องการ อาจส่งผลให้เราไม่สามารถบรรลุถึงวัตถุประสงค์ตามที่กล่าวมาข้างต้น

 

ในกรณีที่จะต้องขอความยินยอมในจัดเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อเหตุใดเป็นการเฉพาะ เราจะแจ้งให้ท่านและให้ความยินยอมเช่นว่านั้นเป็นกรณีไป

3. บุคคลใดที่เราอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้

เราอาจเปิดเผย หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลภายนอกภายในประเทศไทยหรือนอกประเทศไทยตามที่ระบุด้านล่าง ซึ่งเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อวัตถุประสงค์ตามหนังสือแจ้งนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ โดยท่านสามารถอ่านหนังสือแจ้งนโยบายส่วนบุคคลของบุคคลภายนอกเหล่านั้นเพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการที่บุคคลภายนอกดังกล่าวเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ ซึ่งท่านเองก็ตกอยู่ภายใต้ข้อกำหนดตามหนังสือแจ้งนโยบายความเป็นส่วนตัวเหล่านั้นด้วย

      3.1.   กลุ่มเซ็นทรัล

ในฐานะที่ บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศของข้อมูล (Data ecosystem) ของกลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งทั้งหมดมีการร่วมมือและแบ่งปันการให้บริการ ผลิตภัณฑ์และระบบต่างๆแก่ลูกค้า รวมไปถึง การให้บริการที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์และระบบอื่นๆ ดังนั้น บริษัทอาจมีความจำเป็นที่จะต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบริษัทอื่นๆ ในกลุ่มเซ็นทรัล หรืออนุญาตให้บริษัทอื่นๆ ในกลุ่มเซ็นทรัล เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ได้ระบุไว้ในหนังสือแจ้งนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ โปรดดูรายชื่อบริษัทและขอบเขตของกิจกรรมภายในระบบนิเวศของข้อมูล (Data ecosystem) ของกลุ่มเซ็นทรัล [ที่นี่]

3.2.   ผู้ให้บริการของเรา

เราอาจว่าจ้างบริษัทอื่น ตัวแทน หรือผู้รับจ้างในการให้บริการในนามของเรา หรืออำนวยความสะดวกต่อการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับท่าน โดยเราอาจแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง (1) ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซอฟต์แวร์ และผู้พัฒนาเว็บไซต์ และผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (2) ผู้ให้บริการด้านการชำระเงิน (3) บริษัทตัวแทนหรือหน่วยงานวิจัย (4) ผู้ให้บริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูล (5) บริษัทตัวแทนหรือหน่วยงานสำรวจวิจัยข้อมูล และ/หรือ ผู้เจรจาตกลงสินไหมทดแทน (6) ผู้ตรวจสอบบัญชีหรือที่ปรึกษาด้านการเงิน (7) บริษัทตัวแทนหรือหน่วยงานด้านการติดต่อสื่อสาร สื่อโฆษณาและการตลาด (8) ผู้ให้บริการและตัวแทนด้านการชำระเงิน ระบบการชำระเงิน การยืนยันตัวตน (9) ผู้ให้บริการด้านการบริหารจัดการที่เป็นบุคคลภายนอกที่ได้รับการว่าจ้าง (10) ผู้ให้บริการด้านการจัดเก็บข้อมูลและบริการคลาวด์ (Cloud)

ในระหว่างการบริหารความสัมพันธ์ทางธุรกิจของเรา ผู้ให้บริการอาจจะต้องเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อย่างไรก็ตาม เราจะให้ข้อมูลแก่ผู้ให้บริการของเราเพียงเท่าที่จำเป็นสำหรับการให้บริการดังกล่าวเท่านั้น และจะขอให้ผู้ให้บริการไม่ใช้ข้อมูลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์อื่นแต่อย่างใด

3.3.   พันธมิตรทางธุรกิจของเรา

เราอาจโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อการทำธุรกิจและการให้บริการ ข้อมูลส่วนบุคคลใดที่ส่งต่อหรือแบ่งปันกันในลักษณะนี้นั้นจะอยู่ภายใต้หนังสือแจ้งนโยบายความเป็นส่วนตัวของบุคคลภายนอก มิใช่ภายใต้หนังสือแจ้งนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้

3.4.   บุคคลภายนอกตามที่กฎหมายกำหนด

ในบางกรณี เราอาจจะจำเป็นที่จะต้องเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือกฎข้อบังคับ ซึ่งรวมถึง การปฏิบัติตามหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย ศาล เจ้าพนักงาน หน่วยงานรัฐ หรือบุคคลภายนอกอื่นๆ ในกรณีที่เราเชื่อว่าจำเป็นจะต้องปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมายหรือกฎข้อบังคับทางกฎหมาย หรือเพื่อการปกป้องสิทธิของเรา สิทธิของบุคคลอื่น หรือเพื่อความปลอดภัยของบุคคล หรือเพื่อตรวจสอบ ป้องกัน หรือจัดการเกี่ยวกับปัญหาการทุจริต หรือด้านความมั่นคงหรือความปลอดภัย

3.5.   ที่ปรึกษาด้านต่างๆ

ที่ปรึกษาด้านต่างๆ นั้นรวมถึงทนายความ ผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคและผู้ตรวจสอบบัญชีที่ช่วยในการประกอบธุรกิจ การดำเนินคดี หรือจัดการเกี่ยวกับข้อเรียกร้องทางกฎหมาย

4. การโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ

เราอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลภายนอกหรือเซิร์ฟเว่อร์ที่อยู่ในต่างประเทศซึ่งประเทศปลายทางอาจมี หรืออาจไม่มีระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เท่าเทียมกัน ทั้งนี้ เราจะดำเนินการตามขั้นตอนและมาตรการต่างๆ เพื่อทำให้ท่านมั่นใจได้ว่าการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะโอนอย่างปลอดภัยและบุคคลที่รับโอนข้อมูลนั้นมีระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมหรือกรณีอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด และเราจะขอความยินยอมจากท่านเพื่อการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศหากจำเป็นต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด

5. ระยะเวลาในการที่เราเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นอย่างสมเหตุสมผล เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่เราได้รับข้อมูลส่วนบุคคลนั้นมา และเพื่อปฏิบัติตามภาระหน้าที่ทางกฎหมายและกฎข้อบังคับต่างๆ อย่างไรก็ตาม เราอาจเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนานขึ้นหากจำเป็นตามกฎหมายที่ใช้บังคับ

6. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายและข้อยกเว้นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ท่านอาจมีสิทธิตามที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้

1)     การเข้าถึง: ท่านอาจมีสิทธิในการขอเข้าถึงหรือขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยเกี่ยวกับท่าน ทั้งนี้ เพื่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของท่าน เราอาจขอให้ท่านพิสูจน์ตัวตนของท่านก่อนจะให้ข้อมูลตามที่ท่านขอ

2)     การแก้ไขให้ถูกต้อง: ท่านอาจมีสิทธิขอให้มีการดำเนินการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่เราได้เก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยเกี่ยวกับท่าน ให้ ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

3)     การโอนย้ายข้อมูล: ท่านอาจมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เรามีเกี่ยวกับท่านในรูปแบบที่มีการจัดระเบียบแล้วและสามารถอ่านได้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และเพื่อส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น โดยต้องเป็น (ก) ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้กับเรา และ (ข) กรณีที่เราได้รับความยินยอมจากท่านในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยหรือเพื่อปฏิบัติตามสัญญาที่เรามีกับท่าน 

4)           การคัดค้าน: ท่านอาจมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เช่น การคัดค้านการตลาดแบบตรง

5)     การขอให้ระงับการใช้: ท่านอาจมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในบางกรณี

6)     การถอนความยินยอม: สำหรับวัตถุประสงค์ที่ท่านได้ให้ความยินยอมให้เราเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมของท่าน ณ เวลาใด ก็ได้ ทั้งนี้ การขอถอนความยินยมอดังกล่าว จะไม่มีผลกระทบการดำเนินการตามกฎหมายที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้าที่ท่านจะขอถอนความยินยอม ในกรณีที่มีการถอนความยินยอม เราจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเฉพาะกรณีตามที่กฎหมายอนุญาตให้กระทำได้เท่านั้น

7)     การลบหรือทำลายข้อมูล: ท่านอาจมีสิทธิขอให้เราดำเนินการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่เราเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผย เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูล เว้นเสียแต่ว่า การเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวของเรานั้นเป็นไปเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย เพื่อการใช้ หรือการปกป้องสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

8)     การยื่นเรื่องร้องเรียน: ท่านอาจมีสิทธิยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่มีอำนาจในกรณีที่ท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเรานั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลที่บังคับใช้

9. รายละเอียดการติดต่อเรา

หากท่านมีความประสงค์ที่จะใช้สิทธิของท่านที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือหากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ โปรดติดต่อเราหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเรา ที่

1)       บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด

·    บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด

·    เลขที่ 88/88 หมู่ที่ 13 ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540

·    อีเมล์ [email protected]

2)    เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

·    เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

·    ฝ่ายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เซ็นทรัล กรุ๊ป

·    เลขที่ 22 ซอยสมคิด ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

·    อีเมล [email protected]