EN|TH
Power Buy
ตัวกรอง
สินค้ายอดนิยม
เครื่องเล่นบลูเรย์
0 รายการ
แสดง
รายการในหนึ่งหน้า

เครื่องเล่นบลูเรย์ (Bluray Player)

สำหรับแต่ก่อนสำหรับคนที่ชอบดูภาพยนตร์ที่บ้าน มักจะคิดถึง DVD มากกว่า VCD เนื่องจากความคมชัดของภาพและเสียงที่ดีกว่า VCD  มีระบบ Sub-title , เลือกตอนของภาพยนตร์ดูได้ แต่มาถึงยุคนี้ หากนึกถึงความคมชัดสุดยอดในการชมภาพยนตร์ที่บ้าน หลายคนคงจะเคยได้ยินคำว่า Blue-ray และอาจจะมีข้อสงสัยว่า มันคืออะไรกันแน่ ?

เครื่องเล่นบลูเรย์ ก็คือเทคโนโลยีใหม่ของเครื่องเล่นและแผ่นที่สามารถให้รายละเอียดของภาพและเสียงในระดับสูง (High Definition) วิวัฒนาการก่อนที่จะมาเป็น Blue-ray เริ่มแรกสุดเมื่อสมัยก่อนจะมีเครื่องเล่นวีดีโอเทปที่สามารถเล่นม้วนเทปได้ (VHS) หลังจากนั้นก็มีเครื่องเล่น VCD เข้ามาในตลาด ด้วยไซส์,ขนาด,และราคาของ VCD ทำให้เครื่องเล่นวีดีโอเทปในเวลานั้นแทบสูญพันธุ์ หลังจากนั้นไม่นาน เครื่องเล่น DVD Player ก็เข้ามาสู่ตลาด ซึ่งเครื่องเล่น DVD ราคาก็ลดลงมาอย่างรวดเร็ว รวมถึงสามารถเล่นได้ทั้งแผ่น DVD และ VCD จึงทำให้เป็นที่นิยมแพร่หลายอย่างรวดเร็ว และในอนาคตอันใกล้นี้เครื่องเล่น Blue Ray และ แผ่น Blue Ray ก็จะเข้ามาแทนที่ ซึ่งตอนนี้ในท้องตลาดมีขายเครื่องเล่น Blue Ray Player กันหลายยี่ห้อแล้ว เช่น Sony, Pioneer, Sharp, Panasonic, Samsung, LG สนนราคาตั้งแต่ประมาณหลักหมื่นจนถึงเกือบแสน ซึ่งคุณภาพของภาพที่ได้มีความคมชัดกว่า DVD และที่สำคัญที่สุด LCD TV และ Plasma TV แทบทุกรุ่นในปัจจุบัน รองรับ เครื่องเล่นบลูเรย์กันหมดแล้ว

หลายคนคงแปลกใจว่าทำต้องเรียกว่า “เครื่องเล่นบลูเรย์” เนื่องจากหัวอ่านของ Blue-ray ยิง "ลำแสงสีน้ำเงินอมม่วง" ซึ่งมีขนาดเล็กและอ่านข้อมูลได้ละเอียดกว่าหัวอ่าน "ลำแสงสีแดง" ของ DVD นั้นเอง ฉะนั้น แล้วอาจจะถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนจากเครื่องเล่น DVD มาเป็น Blue-ray แล้วหรือไม่ ลองมาดูเหตุผลว่าทำไมถึงต้องเปลี่ยนเป็นเครื่องเล่นบลูเรย์กันสักหน่อย

1. ความคมชัดของภาพของ Blue-ray อยู่ในระดับ High Definition สังเกตเว่ามักจะเห็นโทรทัศน์รุ่นปัจจุบันมักจะรองรับแบบ Full HD นัั่นก็เพราะว่า ความละเอียดภาพของ Blue Ray อยู่ที่ 1080p  ซึ่ง DVD จะมีความละเอียดของภาพอยู่เพียง 576p

2. ระบบเสียงของ Blue-ray ก็อยู่ในระดับ HD เช่นกัน โดยไม่มีการบีบอัดลดคุณภาพ เช่น Dolby True HD หรือ DTS HD Master

3. ความจุข้อมูลของ Blue-ray จะมากกว่า DVD โดยสามารถเปรียบเทียบได้ ดังนี้

- แบบ Single Layer (บันทึกข้อมูลด้านเดียว) : Blue-ray มีความจุ 25 GB แต่ DVD จะมีความจุแค่เพียง 4.7 GB

- แบบ Dual Layer (บันทึกข้อมูลทั้งสองด้าน) : Blue-ray จะมีความจุเพิ่มขึ้นสองเท่าคือ 50 GB ในขณะที่ DVD จะมีความจุเพียง 8.5 GB นี่จึงเป็นเหตุที่ทำให้ Blue-ray สามารถเก็บข้อมูลทั้งภาพและเสียงได้ดีกว่า

4. เครื่องเล่น Blue-ray สามารถเล่นแผ่น DVD ได้ แต่เครื่องเล่น DVD ไม่สามารถเล่นแผ่น Blue-ray ได้

จากที่กล่าวมาข้างต้น จึงอยากจะขอแนะนำเครื่องเล่น Blue-ray จาก Website เพาเวอร์บาย ที่ให้คุณได้รู้สึกคุ้มค่า ค้มราคา คุ้มทุกๆ ประสบการณ์ที่กำลังจะได้รับ

1) เครื่องเล่นบลูเรย์ 4K รุ่น UBP-X700 จากแบรนด์ดังอย่าง Sony จะทำให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ 4K แบบสุดขั้วไปกับเครื่องเล่น Blue-ray 4K  ที่ให้ความละเอียดคมชัดและสีสันสดใส พร้อมทั้งโหลดได้อย่างรวดเร็วและเปิดเครื่องโดยใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาที ทำให้คุณรับชมความบันเทิงได้อย่างเต็มอรรถรส มีขนาดเครื่องอยู่ที่ 4.5x32.0x21.7 เซนติเมตร

2) อีกรุ่นหนึ่งคือ เครื่องเล่นบลูเรย์ รุ่น BD-J4500R/XT จาก Samsung ที่พร้อมมอบความสุขให้กับคุณถึงบ้าน เครื่องเล่นบลูเรย์รุ่นนี้ ถูกออกแบบให้มีดีไซน์ที่เรียบง่าย เน้นการใช้งานที่คล่องตัว สะดวกสบาย และรวดเร็วสำหรับการใช้งานเครื่องเล่นดีวีดีรุ่นนี้รองรับการเล่นแผ่น DVD,VCD,MP3,CDCDR/RW,CD+R/RW/WMA/WAV/MPEG4/JPMG/DIVX จึงสามารถเลือกรับชมนานาสาระความบันเทิงต่างๆ ได้อย่างจุใจ เต็มอิ่มไปกับทุกอรรถรส และมีความหลากหลาย ช่วยให้ทิ้งห่างจากความเครียด ผ่อนคลายอารมณ์ด้วยเสียงเพลงและภาพยนต์ที่ชื่นชอบ