EN|TH
Power Buy
ตัวกรอง
สินค้ายอดนิยม
ซาวด์บาร์
0 รายการ
แสดง
รายการในหนึ่งหน้า

ทำไมต้องซาวด์บาร์ (SOUND BAR)

ทุกวันนี้การแค่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพสูงอย่างทีวีดีๆ สักเครื่องก็สามารถเข้าเว็บไซต์ ดูยูทูป เปิดหนัง ฟังเพลง คือเรียกได้ว่า สนุกแบบครบวงจรโดยไม่ต้องพึ่งพาอย่างอื่นให้วุ่นวาย แต่ภายใต้ความสนุกนั้นก็ยังเพิ่มเติมหรือเสริมความสุขแบบสุดๆ ได้อีก เพราะเสียงจากสมาร์ททีวี หรือทีวีจอแบนมันไม่เหมาะกับการดูหนังหรือจะเป็นการเล่นเกมส์ โดยส่วนใหญ่ทีวีรุ่นใหม่ๆ จะถูกออกแบบมาให้บางที่สุด เบาที่สุด ทำให้มีการลดขนาดลำโพงลงบ้าง เอาลำโพงไปไว้ด้านหลังบ้าง หรือย้ายไปอยู่ด้านล่างทีวีบ้าง พอมุมหรืองศามันไม่ได้ เสียงที่มันก็ไม่พุ่งหาคนดูโดยตรง ทำให้ความสนุกลดลงไปเกินครึ่งเลยด้วยซ้ำ ทำให้นวัตกรรมที่เข้ามาตอบโจทย์คนรักการดูหนัง ฟังเพลงหรือ Activity ต่างๆ เกิดขึ้น ซึ่งก็คือ ซาวด์บาร์ (Sound Bar) นั่นเอง

ดังนั้นหลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าแล้วซาวด์บาร์คืออะไร แล้วแตกต่างจากลำโพงอื่นๆ อย่างไร  Sound Bar เป็นลำโพงชนิดหนึ่ง โดยมีลักษณะเป็นกล่องหรือตู้ชิ้นเดียว ซึ่งให้เสียงที่กว้างกระจายออกไป โดยปกติแล้วที่ใช้กันในบ้านจะมีทั้งแชนแนลซ้ายและขวา หรือบางตัวก็มีเซนเตอร์แชลแนลเพิ่มเข้ามา Sound Bar ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อใช้กับโทรทัศน์ทั้งแบบ LCD, Plasma, และ OLED TVs ซึ่งจะถูกติดตั้งบนชั้นหรือโต๊ะโดยอยู่ด้านล่างของโทรทัศน์ และหลายๆ รุ่นก็ถูกออกแบบมาให้สามารถติดตั้งบนผนังได้ รวมถึงสามารถแขวนแบบแยกชิ้นได้อีกด้วย

Sound Bar สามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ แบบ Self-Powered และ แบบ Passive ซึ่งทั้งสองแบบจะมีส่วนประกอบต่างกันเล็กน้อย แต่เสียงที่ออกมานั้นค่อนข้างมีความคล้ายคลึงกัน

1. Self-Powered หรือ Self-Amplified Sound Bars
แบบ Self-powered นั้นถูกดีไซน์สำหรับใช้ในระบบ independent audio ซึ่งจะทำให้การเชื่อมต่อระหว่าง audio outputs ของโทรทัศน์กับ Sound Bar นั้นสะดวกสบายยิ่งขึ้น อีกทั้งลำโพงชนิดนี้จะมีการขยายและรีโปรดิวซ์เสียงโดยไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์ตัวอื่นๆ อย่างเช่น external amplifier หรือ home theater receiver นอกจากนี้ลำโพง Sound Bar แบบใช้เพาเวอร์ในตัวนั้นจะมีข้อจำกัดในการเชื่อมต่ออินพุตทั้งแบบอะนาล็อคและดิจิทอลอยู่ที่ 1 หรือ 2 อุปกรณ์ เช่น เครื่องเล่น DVD/Blu-ray หรือจะเป็นกล่องรับสัญญาณเคเบิ้ลทีวี/ดาวเทียม เป็นต้น โดย Sound Bar บางตัวสามารถเชื่อมต่อด้วยบลูทูธกับอุปกรณ์ตัวอื่นๆเพื่อส่งผ่านข้อมูลเสียงได้

2. Non-Powered (Passive) Sound Bars
ซาวด์บาร์ชนิดนี้มีความจำเป็นที่จะต้องต่อเข้ากับแอมป์หรือ home theater receiver เพื่อที่จะผลิตเสียงออกมา โดย Passive Sound Bars มีระบบลำโพงทั้งแบบ 2-in-1 และ 3-in-1 (LCR) ซึ่งประกอบไปด้วยแชนแนลซ้าย กลางและขวารวมไว้ในตู้เดียวกัน อีกทั้ง Sound Bars แบบ passive นี้ยังช่วยลด “เสียงอึกทึกครึกโครม” ได้โดยอาศัยการทำงานร่วมกันของลำโพงทั้ง 3 ตัวที่อยู่ในตู้เดียว ทำให้สามารถนำไปวางไว้ด้านบนหรือด้านล่างของโทรทัศน์ได้ Sound Bars ชนิดนี้จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าจับจอง เพราะเป็นของดีที่มาพร้อมกับคุณภาพคับแก้วบวกกับราคาที่ย่อมเยาและประหยัดพื้นที่ใช้สอยอีกด้วย

จุดเด่นของซาวด์บาร์ที่เหนือกว่าลำโพงทั่วไป
ไม่เปลืองที่
ลำโพงชนิดนี้มีขนาดเล็ก บาง น้ำหนักเบา สามารถวางบนชั้นทีวีได้เลย เมื่อเทียบกับชุดลำโพงโฮมเทียเตอร์ทั่วไป ที่ขนกันมาเป็นครอบครัวทั้งใบเล็กใบใหญ่ ก็เรียกได้ว่าการหันมาเลือกซาวด์บาร์ก็สามารถขอคืนพื้นที่ให้ห้องได้อีกเยอะ

ดีไซน์สวย
ลำโพงชนิดนี้จะมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม ทันสมัย เน้นความเรียบง่ายสไตล์มินิมอล จะวางตรงไหนก็กลมกลืน ไม่ขัดตา เหมือนกับเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่ง แถมยังทำความสะอาดง่ายด้วย

ติดตั้งง่าย
ส่วนมากลำโพงชนิดนี้มักมีช่องเสียบไม่มาก มักใช้สายแค่เส้นเดียว หรือบางรุ่นก็เป็นแบบไร้สาย (Wireless) ไปเลย ทำให้สวยงาม ไม่เกะกะ ติดตั้งง่าย ต่างจากชุดลำโพงทั่งไปที่มีสายระโยงระยางยุ่งเหยิงไปหมด

ประหยัดเงิน
ซื้อลำโพงชนิดนี้แค่ตัวเดียวก็สามารถให้คุณภาพเสียงที่ดีพอสมควร โดยมีหลายราคาให้เลือก ตั้งแต่ 2 – 3 พันบาทไปจนถึงหลักหมื่น แน่นอนว่าประหยัดกว่าการซื้อลำโพงโฮมเธียเตอร์ยกชุด

ดังนั้น หากต้องการเพิ่มคุณภาพเสียงให้กับทีวีแบบง่ายๆ ในงบประมานที่จำกัด ไม่มากเกินไป ซาวด์บาร์ก็นับเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ถึงแม้ว่าคุณภาพเสียงจะยังไม่ถึงกับเทียบขั้นเท่าชุดโฮมเธียเตอร์ แต่ด้วยจุดเด่นในด้านต่างๆ ก็สามารถทดแทนกันได้