EN|TH
Power Buy
ตัวกรอง
สินค้ายอดนิยม
หูฟังแบบครอบหู
0 รายการ
แสดง
รายการในหนึ่งหน้า

หูฟังแบบครอบหู (On-ear Headphone)

ด้วยปัจจุบันมีหูฟังหลากหลายรูปแบบ ซึ่งก็จะเหมาะกับรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันไป ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน และเข้าใจในภาพกว้างๆ วันนี้ จะมาสรุปให้หังว่าหูฟังแบบครอบหู มีอะไรบ้าง ตลอดความเหมาะสมในการเลือกใช้งานของหูฟังว่าแบบไหนที่ตรงใจกับการใช้งานของเรามากที่สุด

หูฟังแบบครอบหู หรือ Full size Headphone (Circumaural)
สำหรับหูฟังแบบ Full-size จะเป็นหูฟังที่มีขนาดใหญ่ ประเภทครอบเต็มหรือคาดบนศีรษะ โดยอาจจะเป็นหูฟังที่มีลักษณะแบบครอบทั้งใบหู หรือแนบบนใบหูก็เป็นได้ ลักษณะเด่นจะมีลำโพงขนาดค่อนข้างใหญ่ พอที่จะครอบหูทับเราได้ซึ่งช่วยให้เสียงที่ได้มีบรรยากาศ มีมิติที่ดี สมจริงใกล้เคียงลำโพงเครื่องเสียงภายในบ้าน โดยปกติหูฟังแบบ Full-Size จะเหมาะสำหรับการใช้งานแบบส่วนตัวและอยู่กับที่ ไม่เหมาะสำหรับการพกพา เพราะข้อจำกัดของหูฟังขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ และมีน้ำหนักมาก ยกเว้นหูฟังที่ต้องใช้งานประเภท Monitor ทั้งหลาย แต่ก็ยังเป็นการพกพาในสถานที่จำกัดเท่านั้น

โดยปรกติ หูฟังแบบ Full size ยังสามารถแบ่งแยกย่อยไปได้อีกดังนี้

หูฟัง Full size แบบเปิด ( Open Type)

หูฟังแบบครอบหู Full size แบบเปิด นิยมใช้ในหูฟังแบบ HiFi ทั่วไป โดยเสียงจะสามารถผ่านออกทางด้านข้างของตัวหูฟังได้ ข้อดีคือ สามารถฟังได้นานไม่อึดอัดเท่ากับหูฟังแบบปิด เหมาะสำหรับฟังเพลงทั่วๆ ไป ไม่เหมาะใช้งานใน Studio เท่า เพราะจะได้ยินเสียงจากสภาพแวดล้อมภายนอกเล็ดลอดเข้ามา ทำให้เหมาะกับการใช้งานภายในที่พักอาศัย ไม่เหมาะกับงานใน Studio ตัวอย่าง หูฟังลักษณะนี้ได้แก่ PS1000 หูฟังรุ่นท็อปจาก Grado

หูฟัง Full size แบบปิด ( Close Type)

ลักษณะหูฟัง Full size แบบปิด ด้านข้างของหูฟังจะถูกชีลเอาไว้เพื่อป้องกันเสียงภายนอกลอดเข้ามาโดยเฉพาะ รวมไปถึงเสียงจากหูฟังก็ไม่สามารถดังลอดผ่านออกไปได้เช่นกัน ซึ่งหูฟังแบบนี้เหมาะสำหรับงานมอนิเตอร์ Studio และงานคอนเสิร์ต โดยเฉพาะบรรดา DJ ทั้งหลาย เนื่องจากป้องกันเสียงรอบข้างรบกวนได้ดีเยี่ยม และปัจจุบันก็เริ่มมีหูฟังเพื่อความบันเทิงทั่วๆ ไปหลายรุ่นที่เป็นแบบปิดมากขึ้น ตัวอย่างหูฟังแบบปิดได้แก่ DJX-1 หูฟังรุ่นดีเจ จากแบรนด์ Beyer dynamic ครับ

หูฟัง Fullsize แบบกึ่งเปิด-ปิด( Semi-Open Type)

หูฟัง Full size แบบกึ่งเปิด-ปิด ส่วนใหญ่มักจะใช้ในงานสตูดิโอ ซาวด์เอนจิเนียร์ (แต่อาจไม่เหมาะสำหรับดีเจหรืองานคอนเสิร์ต) เพราะเสียงสามารถเล็ดลอกเข้า-ออกอยู่ได้บ้าง หรือจะเอาไว้ฟังในที่พักอาศัยก็สามารถทำได้เช่นกัน ตัวอย่างหูฟังแบบกึ่งคือ DT880 หูฟังรุ่นสำหรับงานสตูดิโอ จาก Beyer dynamic

สรุปได้ว่า หูฟังประเภท Full Size มี 3 แบบ คือ แบบ Closed เป็นแบบวัสดุปิด ทำให้ไม่มีเสียงรั่ว เข้า-ออก หรือมีในปริมาณที่น้อยมากๆ แบบ Open ก็จะเป็นแบบวัสดุที่มีช่องเปิดให้เสียง เข้า-ออก ได้ นิยมในหูฟัง Hi-Fi พราะสวมใส่สบายต่อเนื่องได้ยาวนาน มีช่องสำหรับลม-เข้าออก มักจะขับเสียงบางย่านได้ดี และสุดท้ายคือ Semi Open จะกึ่งกลางระหว่าง 2 แบบข้างต้น ไม่เหมาะสำหรับงานสตูดิโออัดเสียงร้องเพราะ มีผลิตทั้งแบบ Professional Use (ใช้ในงานสตูฯ Mix เสียง) และแบบ Home Use (ใช้ทั่วๆไป) แล้วแต่ผู้ผลิตออกแบบมา

ตัวอย่างของหูฟังแบบครอบหูระดับตำนานก็มีหลายรุ่นตั้งแต่ AKG K701 หรือ Sennheiser HD800 เป็นต้น ซึ่งหูฟังระดับนี้มักมีขนาดใหญ่ และต้องการแอมป์มาช่วยขับเพื่อให้ได้เสียงเต็มศักยภาพ โดยในปัจจุบันมีบางแบรนด์ที่ทำหูฟังแบบ Over-ear ขนาดพกพาได้เช่น Beats Studio 2 Wireless หรือ Sennheiser Momentum 2.0 Over-ear เป็นต้น

สรุปข้อดีและข้อเสียงแบบย่อๆ ของหูฟังแบบครอบหู
ข้อดี : สวมใส่สบาย ฟังได้เป็นระยะเวลานาน, คุณภาพเสียงดีเยี่ยม เวทีเสียงกว้างขวาง เป็นธรรมชาติ, ส่วนใหญ่หูฟังประเภทนี้แข็งแรง ทนทาน

ข้อเสีย : มีขนาดใหญ่ อาจจะพกพาไม่สะดวกเท่าที่ควร ในหูฟังรุ่นระดับสูงๆ มักจะต้องการแอมป์ช่วยขับ