EN|TH
Power Buy
ตัวกรอง
สินค้ายอดนิยม
เครื่องเกมส์โซนี่ เพลย์สเตชั่น
0 รายการ
แสดง
รายการในหนึ่งหน้า

เพลย์สเตชั่น (Sony PlayStation Console)

ช่วง Black Friday หรือดีลต่างๆ อย่าง 11 เดือน 11 นับเป็นช่วงจับจ่ายซื้อของแทบทั้งโลก ซึ่งถือว่าจะมีกระแสเงินสะพัดมากในช่วงดังกล่าว เพื่อซื้อหาสิ่งของที่จะเตรียมไว้ในเดือนหลังจากนี้ เนื่องจากจะมีการหยุดพักผ่อนยาว หนึ่งในตัวเลือกของการจับจ่าย ก็มี PS4 ที่ติดโผมาด้วย โดยเฉพาะที่ US ซึ่งต้องจัดว่า เหนือความคาดหมาย เพราะถือว่าอยู่ในถิ่นฐานที่มั่นหลักของทาง Xbox และยังปรากฏว่า สามารถทำกำไรทะลุยอดสถิติกว่า 23 ปีในธุรกิจเพลย์สเตชั่นของถึง 346% (พฤศจิกายน, 2560) แต่ผลกำไรหลักๆ มาจากธุรกิจเพลย์สเตชั่น

ดังนั้น มาทำความรู้จักเครื่องเล่นอย่างเพลย์สเตชั่นกันดีกว่า ในอดีตนั้นวิดิโอเกมมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดในช่วงยุค 90 หลายๆ ค่ายต่างพัฒนาเครื่องเล่นเกมของตัวเองออกมา ทั้งทาง นินเทนโด (เครื่องฟามิคอม /เครื่องซูเปอร์ฟามิคอม /เครื่องเกมบอย) , SEGA (เครื่อง Mega Drive / เครื่อง Game Gear), SNK (เครื่อง Neo – Geo) หรือแม้กระทั่ง Panasonic (เครื่อง 3DO) และส่งเกมสุดมันส์เป็นตำนานมากมาย จนกระทั่งกลางยุค 90 โลกได้รู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า เครื่องเล่น CD เป็นครั้งแรกที่แพร่หลายอย่างจริงจัง และเริ่มบุกตลาด “บริษัทนินเทนโด” จึงตื่นตัวเป็นเจ้าแรก ด้วยการเข้าเจรจาธุรกิจกับทาง SONY หรือ โซนี่ ในการผลิตเครื่องเล่นรุ่นใหม่ล่าสุดที่หมายมั่นจะพลิกวงการด้วยการให้ภาพ และระบบประมวลผลที่ล้ำสมัยยิ่งขึ้น ในชื่อ “ SNES-CD ” เครื่องเล่น CD เกมตัวต้นแบบ! แต่ทว่าในช่วงเวลาที่ไล่เลี่ยกัน ทางฝั่ง SEGA ที่เป็นคู่กัดตลอดกาลของนินเทนโดในยุคนั้น ก็ริเริ่มที่จะทำเครื่องเล่น CD ที่สามารถประกอบเข้ากับเครื่องเดิมของเขาในชื่อ Mega CD ทำให้ยิ่งร้อนรนเข้าไปอีก ทำให้ทางนินเทนโด ตัดสินใจฉีกสัญญากับทางโซนี่ และให้ บริษัท Phillip เป็นผู้สร้างระบบ CD ที่ว่า (แต่สุดท้ายโครงการก็พับไป) ทำให้บริษัทโซนี่ที่หวังจะสร้างชื่อเจาะตลาดกลุ่มเกมนั้นไม่เหลือใครเป็นที่ปรึกษา ผลงานวิจัยและพัฒนาถูกยกเลิก เท่ากับว่าต้องต่อสู้ในสมรภูมิการตลาดเกมเพียงลำพัง ทำให้ทางโซนี่ตัดสินใจที่จะปลุกชีพ SNES-CD ในชื่อดั้งเดิมออริจินอลว่า “เพลย์สเตชั่น” และด้วยสิ่งที่โซนี่มีอยู่ในมือ…เทคโนโลยี และ ทุนหนุนหลังจากบริษัทแม่ ความสำเร็จคงไม่ไกลเกินฝัน ..

ในวันที่ 3 ธันวาคม 1994 ก็เป็นวันที่ทางโซนี่ได้ส่ง “เทคโนโลยีประมวลผลแบบโพลีก้อนอย่างเต็มรูปแบบ” ที่ชื่อว่า เครื่องเล่นเกม “เพลย์สเตชั่น” ออกมาในที่สุด! เพลย์สเตชั่นเป็นเครื่องเกมที่ถือว่าเป็นประตูสู่การทำเกมยุคใหม่ แม้ว่าเครื่อง Playstation จะไม่ใช่เครื่องเล่นตัวแรกที่ใช้ CD เป็นตัวบรรจุเกม แต่มันเป็นเครื่องที่ “ตอบโจทย์นักพัฒนาเกม” เพราะพวกเขา “สามารถถ่ายทอดจินตนาการ” และ “ความสนุก” ควบคู่กันไปกับงานภาพของเครื่อง และล่าสุดในปัจจุบันธุรกิจดำเนินมาถึง เพลย์สเตชั่น 4 ที่ออกวางตั้งแต่ช่วงปี 2014 ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “เครื่องเล่นวีดีโอเกมที่ทรงพลังที่สุดในโลก” โดยในยุคของ PS4 มีฟีเจอร์เด่นๆ คือการเข้าถึงหน้าสโตร์ที่เข้าใจง่าย รองรับการเล่นเกมออนไลน์เต็มรูปแบบทั้งสายแลน และไวไฟ ผู้เล่นสามารถถ่ายทอดหรือรับชมการเล่นเกมผ่านการสตริมมิงแบบสดได้ และบันทึกเกมเพลย์มันๆ ของตัวเอง

นอกจากนี้ ทางโซนี่ได้ออกอุปกรณ์ที่เรียกว่า PSVR แว่น VR ที่แสดงผล 360 องศา ให้ผู้เล่นได้เต็มที่กับบรรยากาศของเกมแบบเต็มๆ แต่ทั้งนี้ ตัวระบบVR เองอาจจะยังทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับ HTC VIVE หรือ OCULUS ที่พัฒนาต่อเนื่อง และให้งานภาพที่คมชัดสวยงามยิ่งกว่า และด้วยคุณลักษณะเหล่านี้เอง ทำให้ในปี 2014 เพลย์สเตชัน 4 กลายเป็นเครื่องเล่นเกมที่มียอดขายเป็นอันดับหนึ่งของโลก

ตัวอย่างเกมดังๆ จาก PS4 : Uncharted 4: A Thief’s End – Lost Legacy , Dynasty Warrior , Gundam Versus , Bloodborne ,Dragon Ball Xenoverse , Sword Art Online: Fatal Bullet , Summer Lesson , Resident Evil 7 , Final Fantasy XV , Yakuza: Kiwami , Monster Hunter: World ,Middle-earth: Shadow of War