EN|TH
Power Buy
ตัวกรอง
สินค้ายอดนิยม
หุ่นยนต์ดูดฝุ่น
0 รายการ
แสดง
รายการในหนึ่งหน้า

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น (Robotic Vacuum Cleaner)

เมื่อครั้งอดีตเราอาจจะเคยเห็นการใช้งานหุ่นยนต์ในกิจกรรมต่าง ๆ แทนมนุษย์ในภาพยนต์วิทยาศาสตร์ แต่ในปัจจุบันการพัฒนาหุ่นยนต์เพื่อมาเติมเต็มในชีวิตเรานั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย ตัวอย่างง่าย ๆ ที่เราเริ่มคุ้นตากันก็คือการมาของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นนั่นเอง ที่สามารถช่วยแบ่งเบาภาระในการทำความสะอาดบ้านไปได้มาก ประหยัดทั้งแรงและเวลา

ลักษณะการทำงานของเครื่องนี้นั้นต่างจากการที่เรากวาดบ้านด้วยตัวเองตรงที่เวลาที่เรากวาดเศษฝุ่นเข้าที่โกย ฝุ่นเล็ก ๆ ก็ยังฟุ้งกระจายอยู่รอบ ๆ แต่หุ่นยนต์ดูดฝุ่นนั้น ขณะที่มันวิ่งเพื่อทำความสะอาด มันไม่ใช่เป็นการปัดกวาดไปที่อื่น แต่มันเป็นการดูดเอาเศษฝุ่น เศษขยะต่าง ๆ เข้าไปเก็บไว้ในตัวที่ใส่ขยะฝุ่นละอองของเครื่องเลย เหมือนเราใช้เครื่องดูดฝุ่นดังนั้นจึงเหมาะสำหรับคนที่แพ้ฝุ่นง่ายเป็นอย่างยิ่ง ถ้าใครกำลังสนใจกันอยู่ละก็วันนี้เรามีคำแนะนำในการเลือกซื้อมาให้พิจารณากัน

1. ความจุกล่องเก็บฝุ่น

สิ่งแรกที่ควรดูเลยคือความจุกล่องเก็บฝุ่น ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละรุ่นก็จะมีขนาดความจุไม่เท่ากัน ส่วนใหญ่จะมีขนาดตั้งแต่ 200 – 800 มิลลิลิตร ดังนั้นการเลือกขนาดความจุมากก็จะไม่ต้องเสียเวลานำเศษขยะไปเททิ้งบ่อย ๆ นั่นเอง

2. ความจุแบตเตอรี่และระบบชาร์จ

แหล่งพลังงานสำคัญของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นอยู่ที่แบตเตอรี่ ซึ่งจะต้องคำนวนให้ดีว่าเพียงพอต่อการทำความสะอาดทั่วทั้งห้องหรือไม่ โดยปกติควรมีระยะเวลาการทำงานต่อเนื่องประมาณ 1 ชั่วโมง ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง นอกจากนี้ควรจะมีระบบวิ่งกลับฐานชาร์จอัตโนมัติ หรือ Self Charging Base โดยเมื่อชาร์จเต็มแล้วก็สามารถกลับไปทำความสะอาดในส่วนที่ค้างอยู่ได้ทันที แต่ราคาก็จะสูงขึ้นด้วย

3. ระบบแปรงปัดฝุ่น

สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ต้องมีคือระบบแปรงปัดฝุ่น ซึ่งหลัก ๆ จะต้องมีแปรงปัดฝุ่นด้านหน้าตัวเครื่องอย่างน้อย 2 ข้าง ซ้ายและขวา เพื่อทำหน้าที่กวาดเศษขยะและฝุ่นผงต่าง ๆ เข้าสู่ท่อดูดฝุ่นใต้ตัวเครื่อง นอกจากนี้หากต้องการเน้นดูดฝุ่นในพื้นที่ที่มีขนสัตว์เลี้ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จำเป็นจะต้องเลือกรุ่นที่มีแปรงดักจับขนสัตว์ซึ่งจะมีลักษณะเป็นล้อแปรงติดอยู่กับช่องดูดฝุ่นใต้ตัวเครื่องเพิ่มขึ้นมา

4. เซนเซอร์กันตกจากที่สูง

ถือเป็นฟังก์ชั่นพื้นฐานเลยก็ว่าได้ เพราะหากไม่มีเซนเซอร์กันตกจากที่ทางต่างระดับหรือที่สูง เวลาวิ่งไปบริเวณบันไดหรือพื้นต่างระดับที่สูงมาก ๆ แล้วตกลงมาคงเป็นอันตรายต่อตัวเครื่องอย่างแน่นอน ส่วนนอกเหนือจากนั้นอย่างระบบกันกระแทกกับสิ่งของก็จัดไปตามความต้องการและงบประมาณ

5. ฟิลเตอร์ HEPA

การทำงานของเครื่องนี้คือการดูดอากาศเข้าจากช่องดูดฝุ่นแล้วปล่อยอากาศออกไปอีกทางหนึ่งของตัวเครื่อง ซึ่งก่อนที่จะปล่อยอากาศออกไปทางช่องระบายจะต้องมีฟิลเตอร์ไว้กรองฝุ่นที่ดูดเก็บเข้ามาไม่ให้กระจายกลับไปภายในห้องของคุณ ซึ่งฟิลเตอร์ที่ได้รับความนิยมและเป็นมาตรฐานที่ยอมรับกันทั่วโลกคือ ฟิลเตอร์ HEPA (High Efficiency Particulate Air Filter) นั่นเอง ซึ่งมีความสามารถในการกรองอนุภาคได้เล็กถึง 0.3 ไมครอนได้ที่ 99.99% เลยทีเดียว

6. โหมดการทำงาน

โหมดการทำงานพื้นฐานของคือ โหมดอัตโนมัติ (Auto), โหมดทำความสะอาดเฉพาะจุด (Spiral/Spot) และ ทำความสะอาดแบบซิกแซก (Zigzag) ส่วนโหมดทำความสะอาดตามมุมห้อง (Edge) หรือโหมดวิเคราะห์ขนาดพื้นที่ห้อง อาจจะอยู่ในเครื่องรุ่นท็อป ๆ ซึ่งต้องพิจารณาก่อนซื้อให้ดี

7. รีโมทควบคุมและกล้องวงจรปิดในตัว

อันนี้ก็แล้วแต่ความต้องการของแต่ละบ้านเลย โดยที่ตัวเครื่องจะมีกล้องเพิ่มขึ้นมาข้อดีก็คือคุณจะมีดวงตาเล็ก ๆ คอยสอดส่องดูและบ้านเพิ่มสามารถต่อสัญญาณเข้ากับสมาร์ทโฟนเพื่อดูภาพได้ โดยใช้รีโมทควบคุมทิศทางของเครื่อง

และนี่คือคำแนะนำในการเลือกซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่นนะครับ ใครสนใจก็สามารถนำไปเป็นคู่มือในการเลือกซื้อได้เลย