EN|TH
Power Buy
ตัวกรอง
สินค้ายอดนิยม
เมมโมรี่การ์ดและรีดเดอร์
0 รายการ
แสดง
รายการในหนึ่งหน้า

เมมโมรี่การ์ด และรีดเดอร์ (Memory card & Reader)

SD Card (Secure Digital Card) หรือ เมมโมรี่การ์ด และ รีดเดอร์ คือรูปแบบของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบ non-volatile memory card ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ไฟเลี้ยงก็สามารถคงสภาพข้อมูลไว้ใน NAND flash ซึ่งตัว SD Card มีขนาดเล็กมาก แล้วได้รับความนิยมมากว่า 15 ปีแล้ว โดยแรกเริ่มนั้นมีราคาค่อนข้างสูงและมีความจุต่ำมากในช่วงปี 1999 แต่เมื่อเข้าสู่ยุคนาโนเทคโนโลยีจึงทำให้สามารถขยายความจุได้มากขึ้นแถมราคาถูกลงจนใครๆ สามารถจับต้องได้ โดยปัจจุบันมีให้เลือกใช้งานกันตั้งแต่ 2GB 4GB 8GB 16GB 32GB 64GB 128GB 256GB 512GB และล่าสุดที่เห็นคือ 2TB ซึ่งอาจจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จน ราคาเริ่มต้นกันตั้งแต่หลักร้อยจนไปถึงหลักหมื่นบาทเลยทีเดียว ซึ่งปัจจัยหลัก คือขนาดความจุนั่นเอง แต่บางทีอาจจะเจอความจุเท่ากัน แบรนด์เดียวกัน ในราคาที่ไม่เท่ากัน โดยอนุมานได้ว่าขึ้นอยู่กับเกรดของวัสดุแล้วก็รูปแบบของเมมโมรี่การ์ด และ รีดเดอร์ ที่ละเอียดลึกลงไปอีก รวมไปถึงความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูลด้วย จึงทำให้ราคาแตกต่างกันในขนาดความจุเดียวกัน ซึ่งตัวที่บ่งบอกว่าตัวไหนแรงกว่าตัวไหน นั่นคือระดับของ Class ระดับของ U และรูปแบบ Interface ในการเชื่อมต่อ

ในปัจจุบันมี เมมโมรี่การ์ด และ รีดเดอร์ ขนาดมาตรฐานทั้งหมด 3 รูปแบบ ซึ่งจะมีหน้าตาภายนอกคล้ายกัน ขนาดเท่ากัน แต่จะแตกต่างกันตรง Interface ซึ่งจะให้ความเร็วที่แตกต่างกัน แล้วก็รูปแบบในการจัดเก็บไฟล์จะแตกต่างกัน การเลือกซื้อให้เข้ากันกับอุปกรณ์ที่เราจะใช้งานด้วย ควรศึกษาสเปคของอุปกรณ์นั้นๆ ว่ารองรับได้ถึงรูปแบบไหน SD, SDHC หรือ SDXC โดยหลักๆ คือขนาดของไฟล์ที่ต้องการใช้ ถ้าให้กว่า 4GB ต่อไฟล์ก็จัดเป็นตัว SDXC ที่ใช้เป็น exFAT ไปเลย โดยส่วนมากจะเป็นพวกกล้อง DSLR หรือไม่ก็กล้อง VDO ส่วนพวกไฟล์ภาพไฟล์วีดีโอสั้นๆ ใช้เป็น SDHC ที่รองรับ FAT 32 โดยราคาจะถูกกว่า มีตัวเลือกมากกว่า ซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยมกันมากที่สุดในปัจจุบัน และรูปแบบของการ์ดแบบย่อขนาด จะมีเป็น miniSD และ microSD (TF) ซึ่งย่อส่วนลงมาเพื่อให้ใช้งานกับอุปกรณ์ขนาดเล็ก เช่นสมาร์ทโฟน กล้องติดรถ และ กล้อง Action Cam เป็นต้น ส่วนใหญ่ที่นิยมกันคือ microSD (TF) ที่มีขนาดเพียงปลายนิ้วก้อย มีทั้ง รูปแบบ SD,SDHC และ SDXC

วิธีการดูว่าตัวไหนใช้ Interface แบบไหน ให้ดูที่หน้ากล่องหรือโลโก้บนการ์ดว่าเป็นแบบใด ถ้าไม่มีบอกไว้ อาจจะสามารถตีไปก่อนได้ว่ามันคือ UHS-I ซึ่งจะเป็นไปได้ทั้ง SD,SDHC และ SDXC และอีกแบบคือ UHS-II ที่มีหน้าสัมผัสเยอะกว่า โอนถ่ายข้อมูลไวกว่า แต่ต้องใช้งานกับอุปกรณ์ที่รองรับ UHS-II เท่านั้นจึงจะใช้งานความเร็วได้เต็มที่ ในส่วนของโลโก้ที่บ่งบอกว่า การ์ดตัวไหนเป็นการ์ดระดับไหน ประเภทใดกันบ้าง เริ่มด้วย UHS-I บางแบรนด์ก็อาจจะไม่มีตัว I เขียนเป็น UHS มาเลยก็มี ซึ่งความเร็วจะอยู่ที่ 50MB/s และ 104MB/s ขึ้นอยู่กับว่าเป็น SDHC หรือ SDXC ส่วน UHS-II ค่อนข้างมีราคาจะสูงมาก ความเร็วตั้งแต่ 156 MB/s จนถึง 312MB/s กันเลยทีเดียว ส่วนการ์ดทั่วๆไปจะไม่มีโลโก้ใดกำกับ ความเร็วตั้งแต่ 12.5-25MB/s ซึ่งปัจจุบันจะไม่ค่อยเห็นกันแล้ว  

และอีกจุดที่สำคัญมากๆ ซึ่งจะเป็น ตัวบ่งบอกความเร็วว่าเมมโมรี่การ์ด และ รีดเดอร์เร็วระดับไหน นั่นก็คือ UHS Speed Class ซึ่งใช้ตัวย่อเป็น U สำหรับงานประเภทบันทึก VDO ถ้าเป็น Full HD จะใช้เป็น U1 ก็เพียงพอแล้ว โดยจะมี Serial Data ขั้นต่ำอยู่ที่ 10MB/s และ U3 สำหรับวีดีโอระดับ 2K และ 4K ที่ใช้ความเร็วในการจัดเก็บสูง ส่วน Speed Class ในปัจจุบันจะเป็น C10 กันหมดแล้ว โดยความเร็วขั้นต่ำของ Serial Data จะอยู่ที่ 10MB/s ใช้งานได้ทั้งถ่ายวีดีโอ Full HD และถ่ายภาพหลายๆ ช็อทรัวๆ ซึ่งกล้อง DSLR บางตัวก็ต้องการการ์ดในระดับ U3 เพราะมีขนาดไฟล์ถึง 50MB เวลาถ่ายรัวๆ ก็ต้องใช้ความเร็วสูงในการบันทึกสูง ปัจจุบันก็มีตั้งแต่ 30MB/s ไปจนถึง 150MB/s กันเลยทีเดียว สรุปแล้วการเลือกเมมโมรี่การ์ด และ รีดเดอร์อยู่ที่ความเหมาะสม และความต้องการของผู้ใช้ เลือกให้ถูกและต้องสนองความต้องการให้ได้มากที่สุด