EN|TH
Power Buy
ตัวกรอง
สินค้ายอดนิยม
ไอโฟน X
0 รายการ
แสดง
รายการในหนึ่งหน้า

ไอโฟน X (IPhone X)

เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี พ.ศ.2560 ที่ผ่านมา ไอโฟน x  ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ซึ่งค่อนข้างได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีการเพิ่มความชาญฉลาดและฟีเจอร์ต่างๆ เข้ามา ยิ่งทำให้คนที่เป็นสาวกไอโฟนอยู่แล้ว ยิ่งรู้สึกตื่นเต้น และอยากจับจองมาเป็นเจ้าของ

ไอโฟน x  หรือ iPhone X มาพร้อมกับประโยคเด็ดที่เปิดตัวว่า “Say Hello To Future” เริ่มจากดีไซน์ที่สวยงามมากกับหน้าจอไร้ขอบ ขนาด 5.8 นิ้ว  เป็นหน้าจอแบบ OLED Super Retina Display ความละเอียด 2436×1125 มีมาตรฐานสูง สามารถถ่ายทอดสีสันได้สวยงามและแม่นยำ แสดงสีดำได้ดำสนิท มีความสว่างสูง และมีอัตราส่วนคอนทราสต์ที่ 1,000,000 ต่อ 1 หน้าจอขนาด 5.8 นิ้ว ให้มุมมองที่กว้างขึ้น ใหญ่ขึ้น แต่ก็ไม่ใช่แค่ใหญ่เต็มมือ แต่ยังสวยเต็มตาด้วยเช่นกัน อีกทั้งยังมีจุดเด่นในเรื่องของเทคนิคและเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการทำให้จอภาพโค้งรับกับดีไซน์แบบโค้งอย่างแม่นยำ ไปจนจรดมุมมนทั้งสี่ด้านอย่างสวยงามลงตัว ส่วนดีไซน์ภายนอกทำออกมาได้สวยงามมาก กระจกที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพราะมีชั้นเสริมความแข็งแกร่งที่หนาขึ้นอีก 50% อีกทั้งยังมีกระบวนการลงหมึก 7 ชั้นที่ทำให้สามารถแสดงเฉดสีและความทึบแสงได้อย่างแม่นยำ รวมถึงชั้นออปติคอลสะท้อนแสงที่เพิ่มความสดใสสวยงามให้กับสีสัน ขณะที่การเคลือบสารกันรอยนิ้วมือก็ทำให้คุณสามารถเช็ดรอยเปื้อนและรอยนิ้วมือออกได้ง่ายๆ อีกทั้งยังใช้สแตนเลสสตีลเกรดเดียวกับที่ใช้ทำเครื่องมือศัลยกรรม มาพร้อมการชาร์จแบบไร้สาย และยังทนน้ำทนฝุ่นด้วย คราวนี้มาถึงเรื่องความชาญฉลาดของ ไอโฟน x  หรือ iPhone X ที่เด่นๆเลยก็ คือ กล้อง TrueDepth นี่ละ ที่บันทึกข้อมูลใบหน้าของคุณได้อย่างแม่นยำ โดยการฉายและวิเคราะห์จุดแสงที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่ากว่า 30,000 จุด เพื่อสร้างแผนผังโครงสร้างใบหน้าของคุณในแนวลึกและยังจับภาพอินฟราเรดของใบหน้า ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของ iPhone ที่ Apple ได้ตัดระบบสแกนลายนิ้วมือ (Touch ID) เพื่อยืนยันตัวตนออกไป

ซึ่งระบบนี้ถูกใช้งานครั้งแรกใน iPhone 5s เมื่อปี 2013 ถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่าหลายปีแล้ว ถือว่านานพอสมควรแล้วที่อยู่กับเทคโนโลยีนี้มา และการสแกนลายนิ้วมือเองก็มีจุดอ่อนเหมือนระบบอื่นๆ คืออาจมีผู้ไม่หวังดีสามารถจะหาลายนิ้วมือและนำไปพิมพ์ภาพสามมิติออกมาเพื่อปลดล็อค iPhone ได้ จึงเป็นสาเหตุให้ Face ID ถูกพัฒนาขึ้นมาและใช้เป็นรูปแบบใหม่ในการยืนยันตัวตนแทนลายนิ้วมือ ถึงแม้ว่าวันนี้การสแกนด้วยหน้านั้น ก็อาจมีช่องโหว่สามารถแฮ็คได้เหมือน แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำเลย การที่เปลี่ยนระบบยืนยันตัวตนแบบใหม่ก็เหมือนเปลี่ยนแม่กุญแจล็อคประตูแบบใหม่ของ Apple ซึ่งหากแม่กุญแจแบบเก่าโดนเจาะจนเละ อย่างน้อยแม่กุญแจใหม่ของ Apple ก็มีโอกาสที่จะรอดจากการเจาะเหล่านั้น อย่างที่ได้กล่าวไปเบื้องต้นแล้วว่า หลักการทำงานของ Face ID นั้นจะอาศัยชุดกล้องหน้า TrueDepth ที่ปล่อยแสงอินฟาเรด 30,000 จุดมาที่ใบหน้าของผู้ใช้ และระบบจะนำค่าเหล่านั้นไปสร้างแผนภาพใบหน้าแบบ 3 มิติ เพื่อยืนยันตัวตนของบุคคลที่เข้าใช้เครื่องและถึงแม้จะเป็นกล้องตัวเล็กๆ แต่ก็เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดเท่าที่ Apple เคยคิดค้นมาเลยทีเดียว โดยภายในประกอบไปด้วยกล้องและเซ็นเซอร์ที่เป็นหัวใจสำคัญในการใช้งาน Face ID ซึ่งเป็นการปลดล็อคและยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยและเป็นส่วนตัวที่สุด เพราะข้อมูล Face ID ของคุณนั้นจะได้รับการเข้ารหัสและปกป้องด้วย Secure Enclave และข้อมูลของคุณจะไม่มีทางออกไปจากอุปกรณ์ และจะไม่มีการสำรองข้อมูลไว้ใน iCloud หรือที่อื่นใด และความชาญฉลาดอีกเรื่องของ ไอโฟน x  หรือ iPhone X  คือ Face ID จะรู้ว่าเมื่อไหร่ที่คุณกำลังให้ความสนใจเครื่องอยู่ และจะปลดล็อค iPhone X ก็ต่อเมื่อคุณมองเครื่องขณะที่ลืมตาอยู่เท่านั้น และ Face ID ยังสามารถแสดงการแจ้งเตือนและข้อความ เปิดหน้าจอสว่างค้างไว้ขณะที่คุณกำลังอ่าน หรือลดความดังของเสียงนาฬิกาปลุกและเสียงเรียกเข้าได้ด้วย