EN|TH
Power Buy
ตัวกรอง
สินค้ายอดนิยม
ไอโฟน 8
0 รายการ
แสดง
รายการในหนึ่งหน้า

ไอโฟน 8 (IPhone 8)

การเปิดตัวของสมาร์โฟนอย่างไอโฟน 8 นั้นอาจจะไม่ได้นำมาซึ่งความประทับใจเท่าไหร่นัก เนื่องจากเปิดตัวพร้อมๆ กับ iPhone X จึงทำให้ไอโฟน 8 แทบจะกลายเป็นไอโฟนที่ตกรุ่นตั้งแต่ครั้งแรกที่เปิดตัวเลยก็ว่าได้ หลายคนได้กล่าวเอาไว้ว่า iPhone 8 และ iPhone 8 Plus นั้นมีความจำเจ น่าเบื่อ ด้วยรูปลักษณ์หรือลักษณะดีไซน์เดิมๆ ไม่น่าตื่นเต้นหรือเร่งเร้าอารมณ์อยากให้ลิ้มลองเท่า iPhone X ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงที่ต้องยอมรับ ยิ่งถ้าโทรศัพท์ในปัจจุบันที่เลือกใช้อยู่ คือ iPhone 7 หรือ 7 Plus แล้วด้วยละก็ อาจจะทำให้มองข้ามและหมดความสนใจกับไอโฟน 8 ไปเลยทีเดียว แต่ถ้าใช้โทรศัพท์รุ่นที่เก่ากว่านั้นล่ะ เช่น iPhone 5s, 6 หรือ 6s ต้องแนะนำเลยว่า iPhone 8 ค่อนข้างเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียวสำหรับคนที่มีงบเอื้อมไม่ถึง iPhone X

สำหรับ iPhone 8 ได้มาพร้อมกล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์ที่ใหญ่และรวดเร็วขึ้น ทำให้การป้องกันภาพสั่นไหวสำหรับวิดีโอมีความนิ่งมากขึ้น ขณะที่ภาพนิ่งนั้นมีแฟลช True Tone แบบ LED สี่ดวงที่ให้แสงสม่ำเสมอเต็มพื้นที่มากขึ้นถึง 40 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงคุณสมบัติสไลว์ซิงค์ที่เป็นการใช้ความไวชัตเตอร์ต่ำควบคู่กับการยิงแฟลชสั้นๆ ถี่ๆ ซึ่งมีประโยชน์มากถ้าต้องการถ่ายในสภาวะแสงน้อยและฟังค์ชั่นการถ่ายวิดีโอที่ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus สามารถบันทึกวิดีโอคุณภาพสูงถึงระดับ 4K และความละเอียดสูงสุดถึง 60fps เรียกว่าใช้ถ่ายภาพยนตร์จอใหญ่ได้เลย นอกจากนี้ iPhone 8 Plus ยังมีฟังค์ชั่น Portrait Lighting ที่ทำงานร่วมกับชิพ A11 Bionic และ ISP ใหม่ โดยใช้ระบบตรวจจับใบหน้าและแผนผังแนวลึกเพื่อถ่ายภาพบุคคลที่ดีขึ้น พร้อมมีเอฟเฟ็กต์แสงสปอตไลท์ให้เลือก 5 แบบ ได้แก่ แสงธรรมชาติ (หน้าชัด หลังเบลอปกติ) แสงไฟสตูดิโอ (เพิ่มความคมชัด ใบหน้าสว่างสดใส) แสงไฟคอนทัวร์ (เพิ่มรายละเอียดเงาให้คมชัด พร้อมแต่งเติมไฮไลท์และโลว์ไลท์บนใบหน้า) แสงไฟเวที (เหมือนมีสปอตไลท์ส่องมาที่ใบหน้าเพียงจุดเดียว) และ แสงไฟเวทีขาวดำ (เหมือนแสงไฟเวที แต่ปรับเป็นขาวดำ) โหมดนี้น่าจะทำให้การถ่ายภาพบุคคลสนุกขึ้นกว่าเดิม ไม่จำเป็นต้องใช้แอพพลิเคชั่นอื่นๆ มาตกแต่งภาพเพิ่มเติมภายหลัง ในส่วนของจอภาพของ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus มาพร้อมจอภาพ Retina HD และเทคโนโลยีการแสดงผลแบบ True Tone ที่มีขอบเขตสีกว้าง โดยเทคโนโลยี True Tone ใช้เซ็นเซอร์ตรวจวัดแสงโดยรอบแบบ 4 ช่องสัญญาณ เพื่อปรับไวท์บาลานซ์บนหน้าจอ ให้ตรงกับอุณหภูมิของแสงรอบๆ อย่างแนบเนียน นอกจากนี้ ตัววัสดุหน้าจอ ก็ทำจากกระจกที่แข็งแกร่งตามมาตราฐานของสมาร์ทโฟนอย่างไอโฟน ส่วนเรื่องกันน้ำและกันฝุ่นก็ยังเป็นไปตามมาตราฐานของไอโฟนเช่นกัน

และทั้ง iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ใช้ชิพ A11 Bionic อันเป็นความภาคภูมิใจของ Apple เพราะเป็นชิพที่ทรงพลังและชาญฉลาดเป็นอย่างมาก มาพร้อม CPU แบบ 6 คอร์รุ่นใหม่ที่ประกอบด้วยทรานซิสเตอร์ถึง 4.3 พันล้านตัว คอร์ประมวลผลการทำงาน 2 คอร์เร็วกว่า CPU คอร์ประมวลผลการทำงานในชิพ A10 Fusion สูงสุดถึง 25 เปอร์เซ็นต์ และคอร์ประหยัดพลังงาน 4 คอร์เร็วขึ้นสูงสุดถึง 70 เปอร์เซ็นต์ แถมยังใช้ทั้ง 6 คอร์ได้ในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ยังมี GPU ที่ออกแบบโดย Apple ที่ช่วยให้เล่นเกม 3D ใหม่ๆ และเกมแบบ AR ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สุดท้ายนี้ ที่สุดแห่งการรอคอย การชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย สิ้นสุดการรอคอยกันสักทีสำหรับสาวกไอโฟนเพราะไอโฟน 8 และ ไอโฟน 8 Plus สามารถใช้กับเครื่องชาร์จ Qi แบบไร้สายได้แล้ว โดยแท่นชาร์จเป็นอุปกรณ์เสริมที่ทาง Apple จะจัดวางจำหน่าย ซึ่งจากการทดสอบแล้วนั้น ความเร็วในการชาร์จแบตเตอรี่จากเครื่องชาร์จ Qi แบบไร้สาย พบว่าเมื่อปล่อยไว้ 30 นาที แบตขึ้นมาจาก 17% เป็น 45% ซึ่งก็ถือว่าความรวดเร็วเป็นไปตามมาตราฐานอุปกรณ์ไอที แต่ความเร็วก็ไม่สามารถเร็วเทียบเท่ากับการเสียบสายชาร์จเลยโดยตรง