Power Buy
ตัวกรอง
สินค้ายอดนิยม
ตู้แช่ไวน์
0 รายการ
แสดง
รายการในหนึ่งหน้า

ตู้แช่ไวน์ (Wine Cellar)

“ตู้แช่ไวน์” ถูกสร้างมาใว้สำหรับเก็บรักษาไวน์โดยเฉพาะ เพราะข้อจำกัดยิบย่อยในการดูแลรักษาของเครื่องดื่มชนิดนี้ จำเป็นต้องออกแบบให้มีฟังค์ชั่นมากกว่าตู้เย็นทั่วไปที่มีไว้ให้ความเย็น เพื่อคงรสชาติและคุณภาพของไวน์ ทางเพาเวอร์บายมาแนะนำว่า ควรจะเลือกตู้แช่ไวน์อย่างไรจากเว็บไซต์ medium.com เพื่อให้คุ้มค่าคุ้มราคา และคงคุณภาพของไวน์ขวดโปรดไปนานๆ โดยมีข้อควรจำ 4 ประการ ประกอบด้วย

คุณภาพการผลิต และการประกอบ (QUALITY)
สำหรับบางคนนั้น เครื่องใช้ไฟฟ้าบ้านก็เหมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่ง ถ้ามีดีไซน์ที่สวยงาม เข้ากับห้องที่วางหรือติดตั้งอยู่ อะไร ๆ ในนั้นก็ลงตัวไปหมดทุกอย่าง และยังบ่งบอกรสนิยมของเจ้าของได้เป็นอย่างดีเลย ดีไซน์ของตู้แช่ไวน์บางรุ่นนั้นจะเป็นผิวโลหะ ด้วยเหตุผลของความเงางามและคงทน แต่ด้วยความที่ตู้เก็บไวน์นั้นมักจะเจอกับความชื้นและไอน้ำ มีโอกาสที่จะเกิดการ Oxidation กับเนื้อโลหะ จนเกิดสนิมขึ้นมา นอกจากเรื่องความสวยงามแล้ว ยังส่งผลต่อความคงทนและความปลอดภัยด้วย ในขณะที่ตัวเครื่องผิวพลาสติก ก็มีโอกาสเกิดรอยขีดข่วนและรอยสกปรกตกค้างได้ง่าย ไม่ต่างจากตู้เย็นตามบ้านทั่วไป ในการเลือกซื้อตู้แช่ไวน์สำหรับคนที่คิดเยอะเรื่องดีไซน์และความลงตัว ถ้าชอบผิวโลหะ ควรดูเป็น Stainless Steel เพราะนอกจากทนทานแล้ว ยังเป็นสนิมได้ยาก เหมาะกับห้องสไตล์ Minimal Luxury แต่ถ้าชอบผิวพลาสติกมากกว่า รุ่นผิวเคลือบ Epoxy ก็มีให้เลือกด้วยเช่นกัน และยังคงความคงทนในแบบ Stainless อีกด้วย

ระบบควบคุมความเย็น (TEMPERATURE CONTROL SYSTEM)
รสชาติและกลิ่นของไวน์ที่เป๊ะนั้น อุณหภูมิที่ถูกต้องมีความสำคัญมาก เพราะเมื่อไวน์อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม ตามลักษณะของไวน์นั้น เช่น ไวน์แดงควรเก็บในอุณหภูมิ 12–18 องศาเซลเซียส ในขณะที่ไวน์ขาวควรอยู่ระหว่าง 6–12 องศาเซลเซียส มีการศึกษาและทดลองกันมาแล้วว่าไวน์แดงที่เก็บในอุณหภูมิต่ำว่า 12 องศาเซลเซียส จะแสดงกลิ่นและรสชาติได้ไม่เต็มที่ มีรสฝาดแหลมพร้อมกลิ่นแอลกอฮอล์ที่แรงกว่าปกติ เมื่อมีอุณหภูมิมากว่า 18 องศาฯ ในขณะที่ไวน์ขาวในอุณหภูมิ 6 องศาเซลเซียสหรือเย็นจัดจนเป็นเกล็ดน้ำแข็ง เมื่อดื่มเข้าไปจะไม่รู้สึกถึงรสชาติเพราะปุ่มรับรสจะชาเพราะความเย็น แต่เมื่อมีอุณหภูมิมากกว่า 12 องศาเซลเซียส คาแรคเตอร์ที่สดชื่นของไวน์ก็จะหายไป

ในส่วนของตัวควบคุมอุณหภูมิ จากการศึกษาในด้านการเก็บไวน์ พิสูจน์มาแล้วว่า ไวน์แดงไม่ควรเก็บในอุณหภูมิต่ำกว่า 12 องศาเซลเซียส เพราะจะทำให้ไวน์แดงไม่สามารถแสดงกลิ่นและรสออกมา เมื่ออุณหภูมิมากกว่า 18 องศาเซลเซียส จะทำให้เกิดรสฝาดแหลม และมีกลิ่นแอลกอฮอล์ที่แรงเกินไป ในขณะที่ไวน์ขาว เมื่อเก็บไว้ต่ำกว่า 6 องศาเซลเซียสหรือเย็นจัดจนเป็นเกล็ดน้ำแข็ง จะไม่สามารถรับรสชาติของไวน์ได้เพราะความเย็นที่มากเกินทำให้ปุ่มรับรสไม่สามารถรับรสชาติได้ ในขณะที่อุณหภูมิมากว่า 12 องศาเซลเซียส ก็จะเสียคาแรคเตอร์ความสดชื่นของไวน์ขาวไป ตู้แช่ไวน์ จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมและคงที่

ระบบการควบคุมกลิ่น (ODOUR MANAGEMENT)
“กลิ่น” (Odour) ถึงแม้จะมีผลกระทบกับไวน์น้อยที่สุด ในปัจจัยของการเก็บไวน์ โดยเฉพาะไวน์ใหม่ที่ยังไม่เปิดขวดมาก่อน แต่กลิ่นอับที่เกิดขึ้นในตู้เก็บไวน์ที่เป็นพื้นที่ปิดนั้น ทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีและลังเลที่จะเปิดตู้เพื่อหยิบไวน์ออกมา เนื่องด้วยลักษณะพื้นที่ปิด เมื่อเกิดการหมุนเวียนอากาศที่ไม่เพียงพอและไม่มีการระบายอากาศออกภายนอก ทำให้เกิดกลิ่นอับสะสมขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นจากความชื้นในอากาศสะสมกัน ทันทีที่เปิดตู้ไวน์กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์เหล่านั้นจะโชยออกมา ในบางครั้ง สาเหตุก็มาจากวัสดุชิ้นส่วนของตู้แช่ไวน์ เช่น Rack ไม้ ที่มีกลิ่นต่าง ๆ ติดมาด้วย ก่อให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีขึ้นมา แม้ว่าจะไม่มีผลกระทบต่อไวน์ในขวดที่ปิดสนิทก็ตาม แต่อาจจะทำให้เสียหน้าเมื่อมีแขกมาบ้านแล้วได้กลิ่นจากตู้เก็บไวน์เข้า

ป้องกันรังสี UV (UV FILTER)
“แสง” เป็นสิ่งที่ควรต้องหลีกเลี่ยงให้มากในการเก็บรักษาไวน์ขวดโปรดของคุณ โดยเฉพาะ แสงอาทิตย์ ซึ่งมาพร้อมกับรังสี UV รวมถึงแสงไฟจากหลอดไส้และหลอด Fluorescent ในตู้แช่เย็นทั่วไปก็เช่นกัน นั่นจึงอธิบายได้ว่าทำไม Wine Cellar ใน Winery กับร้านอาหารชั้นนำ จึงต้องสร้างให้อยู่ในที่ปิด และไม่มีแสงภายนอกเข้าถึง สาเหตุที่รังสี UV และความร้อนที่มากับแสงนั้นส่งผลต่อคุณภาพของไวน์ เนื่องจาก “ในไวน์นั้นมีสารประกอบเอสเทอร์และฟีนอลอยู่” และเมื่อแสงอาทิตย์นั้นทะลุขวดเข้ามาสัมผัสกับน้ำไวน์ ให้เกิดสารซัลเฟอร์ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ สี, กลิ่น และรสชาติ เช่นไวน์แดงจะมีสัมผัสของแทนนิน (Tannin) และ แอลกอฮอล์ มากขึ้น ในขณะที่ ไวน์ขาว จะเสียรสสัมผัสที่สดชื่นไป นั่นทำให้ไวน์บางฉลากเลือกใช้ขวดสีเขียวเข้ม เนื่องจากมีคุณสมบัติที่สามารถการป้องกันแสง 30–50% แต่เมื่อเทียบกับขวดสีเหลืองอำพันหรือสีน้ำตาลแล้ว กลับสามารถป้องกันได้ถึง 90% แต่การเลือกขวดสีเขียวของผู้ผลิตไวน์นั้น เป็นเหตุผลในด้านความสวยงามและต้นทุนที่ประหยัดกว่า แม้ว่าจะป้องกันแสงและความร้อนที่มาควบคู่กันไม่ได้ 100% แต่สามารถลดและหลีกเลี่ยงผลกระทบที่เกิดขึ้นได้