EN|TH
Power Buy
ตัวกรอง
สินค้ายอดนิยม
ตู้เย็น 1 ประตู
0 รายการ
แสดง
รายการในหนึ่งหน้า

ตู้เย็น 1 ประตู (Single door Refrigerator)

วิธีพิจารณาและเลือกซื้อตู้เย็นอย่างชาญฉลาด เพื่อให้ได้คุณสมบัติตาม ขนาด ราคา รูปแบบ และการประหยัดไฟ ที่ทำให้คุณใช้งานได้อย่างคุ้มค่าและบอกลาการค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เมื่อคิดจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน สิ่งที่เราควรคำนึงถึงมีมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตู้เย็น ที่มีหลากหลายแบบและหลายลักษณะให้เลือกสรร อาทิ ตู้เย็น 1 ประตู, ตู้เย็น 2 ประตู ตามแต่ที่ความต้องการและเหมาะสม ทางเพาเวอร์บายของแนะนำวิธีการที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกตู้เย็นที่ตอบโจทย์ตู้เย็นกับความต้องการ และความเหมาะสมในการใช้งานของคุณได้มากที่สุด

ตู้เย็น 1 ประตู หรือตู้เย็นไซส์ต่างๆ ควรเลือกแบบที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 
เหนือสิ่งอื่นใดในการเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้า จะต้องคำนึงถึงการประหยัดไฟเป็นลำดับแรก ดังนั้นควรเลือกซื้อตู้เย็นที่มีสติ๊กเกอร์ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 กำกับ เพราะจะช่วยให้ประหยัดไฟได้มากกว่า แต่ถ้าเป็นตู้เย็นที่มีตัวเลขต่ำกว่า 5 ลงไปก็จะยิ่งกินไฟเยอะและมีคุณภาพที่ด้อยลงไป เช่น เบอร์ 1 คือระดับต่ำสุด เบอร์ 2 คือระดับพอใช้ เบอร์ 3 คือระดับปานกลาง เบอร์ 4 คือระดับดี และเบอร์ 5 คือระดับดีมาก ถ้าเปรียบเทียบเบอร์ฉลากกับค่าไฟที่ต้องเสียรายปีได้ ดังนี้ 

• ตู้เย็นฉลากเบอร์ 3 : กินไฟ 332 หน่วย/ปี ต้องเสียค่าไฟประมาณ 840 บาท/ปี 
• ตู้เย็นฉลากเบอร์ 4 : กินไฟ 262 หน่วย/ปี ต้องเสียค่าไฟประมาณ 644 บาท/ปี 
• ตู้เย็นฉลากเบอร์ 5 : กินไฟ 220 หน่วย/ปี ต้องเสียค่าไฟประมาณ 573 บาท/ปี

ดูขนาดความจุที่เหมาะสมกับการใช้งาน  
ขนาดความจุของตู้เย็นคือ จุดหลักที่ต้องคำนึงก่อนเลือกซื้อ หน่วยวัดขนาดของตู้เย็นเรียกว่า “ลูกบากศ์ฟุต” หรือ “คิว” โดยการเลือกนั้นวัดจากพฤติกรรมที่ชอบซื้อของแช่แข็งมากกว่าของสดทั่วไป ก็ควรเลือกตู้เย็นที่มีช่องแช่แข็งกว้างเป็นพิเศษ หรือจะคิดค่าเฉลี่ยของจำนวนสมาชิกในบ้านกับขนาดคิวตู้เย็น อย่างเช่น

• สมาชิกมี 2 คน : ปริมาณคิวที่เหมาะสมอย่างต่ำสุดคือ 2.5 คิวขึ้นไป  
• ครอบครัวขนาดกลางสมาชิก 3-4 คน : ปริมาณคิวที่เหมาะสมคือ 12-18 คิว  
• ครอบครัวขนาดใหญ่สมาชิก 5 คนขึ้นไป : ปริมาณคิวที่เหมาะสมคือ 15 คิวขึ้นไป

ตู้เย็น 1 ประตูหรือจะกี่ประตู ควรพิจารณาจากคุณสมบัติพื้นฐาน  
คุณสมบัติพื้นฐานที่ว่านี้คือ ดีไซน์ภายในตู้เย็นที่ต้องเลือกให้เหมาะสม ดูทันสมัย และจัดวางสิ่งของง่าย พิจารณาได้จากส่วนประกอบหลัก ๆ ดังนี้

• ชั้นวาง : จะต้องถอด-เข้าออกได้ เพื่อให้ง่ายต่อการปรับขนาดช่องแช่และทำความสะอาด  
• ลิ้นชักช่องแช่ : จะต้องมีช่องแยกภายใน เพื่อปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับอาหารที่แช่  
• ช่องผักและผลไม้ : จะต้องควบคุมความเย็นและชื้นอย่างเหมาะสม ให้ผักและผลไม้สดได้นาน  
• ชั้นวางข้างประตู : จะต้องมีขนาดกว้างพอสมควร สามารถแช่ขวดนมและขวดน้ำต่างๆ ได้ดี

คุณสมบัติเสริมต่างๆ
คุณสมบัติเสริม คือ คุณสมบัติเพิ่มเติมในการใช้งานที่ตู้เย็นแต่ละตู้มีไม่เหมือนกัน ซึ่งจะมีหรือไม่มีก็ได้ ขึ้นอยู่กับความต้องการในใช้งานคุณสมบัติเหล่านั้น ได้แก่  

• ระบบทำความเย็นแบบคู่ (Dual-cooling system) : ช่องแช่แข็งจะกระจายลมเย็นแยกจากช่องแช่เย็นธรรมดา เพื่ออุณหภูมิช่องแช่แข็งให้มีประสิทธิภาพ  
• ระบบกรองอากาศ (Air filtration) : จะมีช่องกรองอากาศแบบคาร์บอนในตัว ช่วยลดกลิ่นอับภายในตู้เย็น  
• แผงควบคุมการทำงาน (Programmable control pad) : เป็นแผงปุ่มตั้งค่าอุณหภูมิ ล็อกความเย็น เช็กตัวกรอง และระดับน้ำต่าง ๆ ในเครื่อง  
• ระบบประหยัดพลังงาน (Energy-saving models) : นวัตกรรมอัจฉริยะที่ช่วยให้ตู้เย็นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่กินไฟ งดใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น และช่วยลดค่าไฟในแต่ละเดือน  

จากทั้งหมดที่กล่าวมา คือเคล็ดลับและวิธีการในเลือกตู้เย็น เพื่อเหมาะสมกับความต้องการใช้งาน บางคนเหมาะสมกับตู้เย็น 1 ประตู หรือหลายครอบครัวเหมาะกับ 2 ประตู เนื่องจากคนในครอบครัวมีจำนวนมาก หวังว่าใครที่กำลังมองหาตู้เย็นดีๆ และคุ้มค่ามาใช้สักเครื่องละก็ แนะนำให้เอาข้อมูลเหล่านี้มาประกอบการพิจารณาเพื่อให้ได้ตู้เย็นที่เหมาะสม คุ้มค่าคุ้มราคาสำหรับคุณมากที่สุด