EN|TH
Power Buy
ตัวกรอง
สินค้ายอดนิยม
หูฟัง
0 รายการ
แสดง
รายการในหนึ่งหน้า

หูฟัง อุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์ (Headset & Microphone)

สำหรับคนที่กำลังหาซื้อหูฟังมาใช้ฟังเพลงง่ายๆ ร่วมกับสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ แต่ยังไม่รู้วิธีเลือก Earphone ที่ปัจจุบันมีแบรนด์ต่าง ๆ ทำออกมาขายกันเต็มไปหมดไม่รู้จะเลือกอันไหนดี ลองมาดูพื้นฐานในการเลือกซื้อ Earphone กันดีกว่า อย่างแรกต้องรู้ก่อนว่าประเภทของ Earphone นั้นแบ่งได้เป็น 3 ประเภทหลัก คือ

แบบแยงหู (In-Ear หรือ Ear-Plug) : Earphone ประเภทแยงหูนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการพื้นที่เยอะเก็บง่าย ๆ ไม่เจ็บหูเมื่อฟังนาน ๆ ซึ่งมันสะดวกแก่การพกพาเอามาก ๆ Earphone ประเภทนี้เหมาะกับการนำเอาไปฟังเพลง เพราะเป็น Earphone ที่ให้รายละเอียดเสียงได้ดีมาก เพราะลำโพงของ Earphone ประเภทนี้จะอยู่ใกล้กับโซนประสาทที่รับเสียง อีกทั้งยังให้มิติของเสียงดีที่สุดด้วยเมื่อเทียบกับประเภทอื่น ๆ ด้วยความที่เป็น Earphone แบบแยงหู จึงทำให้ลดเสียงรบกวนภายนอกได้อย่างดี แต่ข้อเสียก็มี การที่แบบ Earphone แบบแยงหูทำให้เกิดการตัดเสียงรบกวนได้ดี จนไม่สามารถจะได้ยินเสียงในสภาพแวดล้อมได้เลย
แบบแปะหูหรือแนบหู : เป็นประเภทที่ได้รับความนิยมน้อยลงไปมาก Earphone ประเภทนี้จะมีข้อดีคือฟังง่ายกว่าแบบแยงหู สามารถเก็บง่าย ลำโพงมีขนาดใหญ่จริง แต่ก็ไม่ได้ให้มิติที่ดีไปกว่าแบบแยงหูเลย เนื่องด้วยการส่วมใส่ Earphone ประเภทนี้จะเป็นแค่การแนบใบหูเท่านั้น ทำให้รับเสียงเข้าไปไม่สะดวก เหมือนจะเป็น Earphone ที่เหมาะ แต่ยังไม่ใช่ จุดเด่นคงเป็นเรื่องของการดีไซน์มากกว่าคุณภาพเสียง

แบบสวมหัว : ประเภทนี้ถือว่าเป็นประเภทที่ทำออกมาด้วยการคำนึงถึงคุณภาพเสียงเป็นอันดับแรก จากที่บอดี้ของ Earphone นั้นเป็นแบบสวมมีฟองน้ำมากมายรองรับการกระแทก เพราะฉะนั้น Earphone ประเภทนี้ถือว่าเป็น Earphoneที่ ใช้แล้วสบายที่สุด ส่วนเรื่องคุณภาพที่ออกมานั้นไม่ต้องห่วงเลย อาจจะตัดเสียงรอบข้างไม่หมดเท่า In-Ear แต่ก็ให้เสียงที่มีมิติมากกว่า In-Ear หลายเท่านั้น เบส กลาง แหลม ทุกอย่างออกมาได้อย่างดี แต่ก็ขึ้นอยู่กับยี่ห้อด้วย ถ้ารุ่นไม่ดีก็จะด้อยกว่า In-Ear แต่ถ้ารุ่นที่ดี ๆ หน่อย ก็ถือว่าเป็น Earphone ที่เหมาะที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะดูหนัง ฟังเพลง

ในส่วนของการเลือก Earphone ให้เหมาะกับตัวเองนั้น ต้องเริ่มจากการลอง Earphone ด้วยตัวเองก่อนซื้อทุกครั้ง สังเกตได้ว่ามีหลายๆ คนที่ไปอ่านรีวิวหูฟังตามเว็บไซต์ แล้วก็เดินไปซื้อในร้านทันทีที่เจอEarphoneที่คิดว่าน่าจะดีจากการไปอ่านรีวิวมา โดยบางร้านก็ไม่มี Earphone ตัว demo ให้ลองฟังก่อน พอซื้อมาแล้วก็ไม่ถูกใจ เพราะฉะนั้นควรจะซื้อจากร้านที่มี Earphone demo ให้ลองก่อน ซึ่งถ้าลองแล้วซื้อกลับมาฟังยังรู้สึกว่าทำไมตัวที่ซื้อมาเสียงไม่เหมือนกับตัวที่ลองฟัง อาจเป็นเพราะว่า Earphone ใหม่ของเรายังไม่ผ่านการใช้งานมาก่อน ชิ้นส่วนต่าง ๆ อย่างไดอะแฟรม ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้เกิดเสียงก็ยังมีความยืดหยุ่นไม่มาก พอใช้งานตามปกติไปประมาณ 100 ชั่วโมงเสียงก็จะดีขึ้น เรียกว่าเป็นการเบิร์นEarphoneนั่นเอง (การเบิร์น คือการทำให้ Earphone ได้ออกแรงทำงานไปพลาง ๆ ก่อนที่จะทดสอบกันแบบจริงจังหรือที่เรียกอีกอย่างว่า การเบิร์นคือการวอร์มให้ Earphone ส่งประสิทธิภาพสูงสุดออกมาให้เห็นก่อน)

เลือกแนวเสียงที่ตัวเองชื่นชอบ ไม่มีหลักเกณฑ์อะไรที่ตายตัวว่าเพลงแนวนี้จะต้องเลือกใช้ Earphone ที่มีแนวเสียงแบบนี้เท่านั้น จริงอยู่ที่ว่าเพลงบางแนวเช่น Electronic/Dance หรือฮิปฮอป ควรจะใช้หูฟังเบสหนัก ฟังถึงจะสนุก หรือพวกเพลงโอเปร่าที่จะเน้นเสียงย่านกลางแหลมที่ชัดเจนจัดจ้านเป็นหลัก แต่สุดท้ายแล้วถ้าเสียง Earphone ที่ซื้อมาไม่ถูกใจคนใช้ก็คงจะไม่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปอยู่ดี จึงต้องถามตัวเองก่อนไปเลือกซื้อว่าต้องการเสียงประมาณไหนจึงจะพอใจ ซึ่งแนวของ Earphone เองก็จะมีหลายแบบ ทั้งพวกที่เน้นเบสหนัก หรือบาลานซ์ ไปจนถึงแนวที่เน้นความใส วิธีลองเทียบ ให้เอาเพลงที่เราฟังบ่อยที่สุด ไปลองกับหูฟังหลายแบบ ก็จะรู้สึกได้ว่าเวลาฟังแล้วเสียงที่ได้มันต่างกัน