Power Buy
ตัวกรอง
สินค้ายอดนิยม
กล้องมิลเลอร์เลส
0 รายการ
แสดง
รายการในหนึ่งหน้า

กล้องมิลเลอร์เลส (Mirrorless Camera)

กล้องมิลเลอร์เลส คือ อุปกรณ์ถ่ายภาพที่นำการผสมผสานข้อดีระหว่างอุปกรณ์ถ่ายภาพ 2 แพลตฟอร์มเข้าด้วยกัน  นั่นก็คือ อุปกรณ์ถ่ายภาพที่คุณภาพสูงอย่างอุปกรณ์ถ่ายภาพ DSLR  แต่ในขณะเดียวกันก็มีขนาดที่เล็กกะทัดรัด พกพาง่าย ซึ่งรูปร่างหน้าตามองไปก็คล้ายๆ กับ อุปกรณ์ถ่ายภาพ compact เพราะว่ามันมีขนาดเล็กนั่นเอง  แต่หากดูกันให้ละเอียดแล้ว อุปกรณ์ถ่ายภาพ Mirrorless นั้นมีความแตกต่างนั้นก็คือ มันสามารถเปลี่ยนเลนส์ได้เหมือน อุปกรณ์ถ่ายภาพ DSLR นั่นเอง แม้ว่ามันสามารถเปลี่ยนเลนส์ได้เหมือนอุปกรณ์ถ่ายภาพ DSLR  แต่มันก็มีจุดที่แตกต่าง คืออุปกรณ์ถ่ายภาพชนิดนี้ จะไม่มีชุดกระจกสะท้อนภาพแบบ อุปกรณ์ถ่ายภาพ DSLR  ซึ่งเป็นที่มาของชื่อว่า Mirrorless นั่นเอง ซึ่งในข้อแตกต่างดังกล่าวนี้นี่เอง ทำให้การออกแบบตัวอุปกรณ์ถ่ายภาพสามารถทำให้เล็กลงได้มาก และในเมื่อไม่มีชุดกระจกสะท้อนภาพ ช่องมองภาพของ อุปกรณ์ถ่ายภาพชนิดนี้ จึงเป็นแบบที่ใช้จอ LCD ขนาดเล็กติดตั้งไว้ในช่องมองภาพ แต่อุปกรณ์ถ่ายภาพหลายๆ รุ่นก็ไม่มีช่องมองภาพมาให้จึงต้องเล็งภาพผ่านทางจอ LCD ด้านหลังแทน

ดังนั้นถ้าถามถึงคำจำกัดความกล้องมิลเลอร์เลส แล้ว นั้นคือการผสมผสาน “ความโปร” ของ DSLR เข้ามากับ “ความง่าย” ของกล้อง Compact  ข้อดีของกล้อง Mirrorless เล็ก เบา พกพาง่าย ภาพสวยใกล้เคียงกล้องใหญ่ มีหน้าตารูปทรงให้เลือกหลากหลายและเปลี่ยนเลนส์ได้ตามงบประมาณ

อย่างไรก็ตาม การมีกล้องกล้องมิลเลอร์เลสไว้สัก 1 เครื่องก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ รวมไปถึงทางเพาเวอร์บายออนไลน์ยังมีเทคนิคการถ่ายภาพที่น่าทำตามเล็กๆ น้อยๆ มาแบ่งปันกันอีกด้วย

เช็คจุดโฟกัสทุกครั้ง โดยก่อนที่เราจะกดชัตเตอร์ถ่ายภาพแนะนำให้เช็คโฟกัสทุกครั้งว่าอยู่ถูกตำแหน่งหรือยัง ซึ่งตรงจุดโฟกัสให้ท่านสังเกตว่าจะเป็นจุดสีแดง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าท่านใช้เลนส์ซูมอยู่ก็ให้ลองซูมเข้าไปดูก่อนอีกครั้งเพื่อดูว่าโฟกัสได้คมชัดหรือยังแล้วจึงค่อยกดชัตเตอร์ และหลังจากถ่ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ลองเปิดภาพดูแล้วซูมดูจุดต่างๆ ของภาพ ถ้าเบลอจะได้ถ่ายใหม่

ใช้รูรับเสียงที่เหมาะสม  สำหรับในการภาพวิว ทิวทัศน์นั้น ซึ่งเราต้องการภาพที่ชัดลึกทุกระยะ เราควรใช้รูรับแสงที่เหมาะสม  โดยหลายช่างภาพหลายๆ ท่านยังเข้าใจ ว่าคือการใช้รูรับแสงแคบสุดของเลนส์ เช่น f/22 หรือ f/32 เป็นต้น ก็เพราะได้ยินมาว่า การใช้รูรับแสงแคบจะได้ภาพที่ชัดลึก ก็เลยใช้แคบสุดตลอด ผลที่ได้คือ  ได้ภาพที่ไม่คมชัดเท่าที่คาดไว้  ซึ่งการใช้รูรับแสงที่แคบมากๆ นั้น แสงจะเข้าได้น้อยเกินไปจนในบางครั้งทำให้สปีดชัตเตอร์ต่ำตามไปด้วย ทำให้ได้ภาพที่ออกมาเบลอไป ซึ่งที่ถูกต้องแล้วคือ ควรใช้รูรับแสงที่ในช่วงกลางๆ ช่วง f/8-f16  ก็เพียงพอแล้ว เพราะเป็นช่วงที่ให้ความคมชัดสูงสุดของเลนส์ รวมทั้งยังไม่แคบจนเกินไปจนแสงเข้าได้น้อยด้วย

ใช้ระบบกันสั่นช่วย  กล้องหรือเลนส์รุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบันมักจะมีระบบกันสั่นเป็นฟังชั่นเพิ่มเข้ามา ซึ่งจะช่วยให้เราใช้สปีดชัตเตอร์ที่ต่ำกว่าปกติได้ 2-4stop โดยที่ได้ภาพถ่านที่ไม่เบลอ ซึ่งเลนส์ที่มีระบบกันสั่นนี้มักจะมีราคาที่แพงกว่าชนิดอื่น แต่ก็มีประโยชน์มากเช่นเดียวกัน ระบบสั่นในกล้องหรือเลนส์จะทำการตรวจสอบความสั่นไหวในขณะที่เรากำลังถ่ายภาพ และทำการขยับชุดของเลนส์หรือเซนเซอร์เพื่อทำการชดเชยการสั่นไหวนั้น ทำให้ภาพที่เราถ่ายออกมานั้นมีความคมชัดยิ่งขึ้น ซึ่งกรณีที่เราเป็นคนขี้เกียจพกขาตั้งกล้องไปด้วย เราก็อาจซื้อหาชุดเลนส์ที่มีระบบการกันการสั่นไหว มาใช้ได้เพื่อลดปัญหา ถ่ายภาพออกมาแล้วเบลอได้ในระดับหนึ่ง