EN|TH
Power Buy
ตัวกรอง
สินค้ายอดนิยม
ขาตั้งกล้อง
0 รายการ
แสดง
รายการในหนึ่งหน้า

ขาตั้งกล้อง (Tripod & Support)

หากต้องการภาพถ่ายสักใบที่มีองค์ประกอบอย่างครบครัน จะอาศัยเพียงกล้องตัวเดียวก็คงไม่ได้ คงต้องอาศัยอุปกรณ์เสริมต่างๆ เข้าไปด้วย รวมไปถึงขาตั้งกล้องเช่นเดียวกัน ซึ่งบางสถานการณ์ บางเวลา คุณอาจจะต้องการ เพื่อให้เข้ามามีส่วนร่วมกับภาพนั้นๆ ของคุณได้ โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีแสงน้อย หรือภาพที่ต้องการแสงไฟจากรถเป็นเส้นๆ เป็นต้น โดยไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ หรือมือเก่า หรือว่ามือไหนๆ หากต้องการภาพดังกล่าว ก็ต้องใช้กันทั้งนั้น ดังนั้น วันนี้เราจะมาทำความรู้จักว่ามีรายละเอียดกันอะไรบ้าง ไปดูกัน

ขาตั้งกล้องนั้นหลักๆ จะมีอยู่ 2 ประเภท คือ Monopod และ Tripod ซึ่ง Monopod จะเป็นแบบขาเดียว สามารถช่วยแบ่งเบาน้ำหนักจากตัวกล้องได้ดี อีกทั้งยังพกพาสะดวก แต่ก็ไม่สามารถที่จะรับน้ำหนักมากๆ ได้อย่างแบบ Tripod จึงอาจทำให้มือสั่น และทำให้ได้ภาพเบลอได้ แต่ Monopod จะได้เปรียบในเรื่องของความคล่องตัวมากกว่า เพราะไม่จำเป็นที่จะต้องใช้พื้นที่มากเหมือน Tripod ซึ่งเราจะเห็นได้ตามงาน Event อย่างงานภาพนิ่ง หรือ งาน Video ที่เน้นความรวดเร็ว โดยใช้เวลาสั้นๆ

ส่วน Tripod เป็นอีกประเภทหนึ่ง ที่นักช่างภาพส่วนใหญ่จะใช้กัน เพราะจะได้ภาพที่นิ่งกว่า จะมีลักษณะเป็นขายื่นออกมารับน้ำหนักด้วยกันทั้งหมด 3 ขา มีประเภทให้เลือกด้วยสองรูปแบบคือ แบบที่มีแกนยึดระหว่างขาแต่ละขากับส่วนของแกนกลาง ซึ่งจะเป็นตัวช่วยสร้างความมั่นคง และขาแต่ละข้างจะสามารถกางแยกจากกันได้โดยอิสระ ง่ายต่อการกางบนพื้นที่ต่างระดับ เหมาะสำหรับการจัดวางในพื้นที่ต่างระดับได้เป็นอย่างดี และในบางรุ่นยังสามารถที่จะกางราบได้ ซึ่งประเภทนี้ มักจะทำมาจากวัสดุอย่างเช่น เหล็ก อลูมิเนียม หรือคาร์บอนไฟเบอร์ จึงทำให้มีราคาแพงกว่าแบบ Monopad นั่นเอง

นอกจากนี้ควรเลือกขาตั้งกล้องให้เหมาะสมกับตัวเองด้วย โดยมีหลักการดังต่อไปนี้

ความสูงที่เหมาะสม – ควรจะมีความสูงที่เหมาะสมกับตัวผู้ใช้ หรือเมื่อกางสูงสุดเตี้ยกว่าความสูงของผู้ใช้ 15-20เซนติเมตร และเมื่อกางขาตั้งสูงสุดแล้ว ตัวกล้องจะอยู่ประมาณระดับสายตาของผู้ใช้พอดี เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน

รับน้ำหนักกล้องและเลนส์ได้ดี – ควรรับน้ำหนักได้เป็น 2 เท่า ของน้ำหนักกล้อง และเลนส์รวมกัน เช่น กล้องและเลนส์รวมกันหนัก 1.5 กิโลกรัม ขาตั้งควรรับน้ำหนักได้ตั้งแต่ 3 กิโลกรัมขึ้นไป และสำหรับคนที่มีเลนส์ที่ยาว หรือหนักจะต้องคำนึงถึงการเทน้ำหนักของตัวเลนส์ด้วยเช่นเดียวกัน

น้ำหนักของขาตั้งกล้อง – เป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่าง เพราะจะส่งผลต่อการพกพาไปไหนต่อไหนเป็นเวลานาน ถึงแม้จะต่างกันแค่ 0.2 กิโลกรัม หรือ 0.3 กิโลกรัมก็ตาม

วัสดุที่ใช้ – ซึ่งส่วนใหญ่จะมี 2 ประเภทหลักๆ ตัวแรกคือ aluminum ที่มีความแข็งแรงทนทาน ราคาไม่แพง แต่มีข้อเสียคือน้ำหนักค่อนข้างมาก และตัวขาจะเก็บอุณหภูมิ ซึ่งหากใช้ในสถานที่ร้อนจัดหรือหนาวจัด ตัวขาจะมีความร้อนหรือเย็นตามสภาพอากาศ ทำให้เราไม่สามารถจับขาตรงๆ ได้ จึงจะเห็นได้ว่าจะด้ามจับโฟมมาให้เสมอ และอีกประเภทคือ cabon fiber เป็นวัสดุที่เน้นความเบา จึงทำให้พกพาสะดวก ตัวขาไม่เก็บอุณหภูมิ ทำให้การใช้งานและเก็บขาตั้งในสภาพร้อนหรือหนาวมากๆทำได้อย่างสะดวกมากขึ้น และด้วยข้อดีที่กล่าวมาแลกกับราคาที่แพงขึ้นเกือบ2เท่าเลยทีเดียว

ประเภทของขาตั้งกล้อง – แบบแรกคือแบบ Clip lock ที่ใช้ระบบการล็อคเป็นรูปแบบขาหนีบ อีกแบบคือ Twist lock เป็นแบบการล๊อคแบบหมุน เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว และความคล่องตัวในการใช้งาน

ประเภทของหัวขาตั้งกล้อง – โดยจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือหัวขาตั้ง และเพลท ซึ่งหัวจะมีอยู่ 2 ประเภท คือ หัวบอลที่สามารถหมุนได้ 360 องศา เลือกมุมกล้องได้อย่างละเอียด และแบบหัวแพนที่มักใช้ในงานวิดีโอ ทำให้การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างนุ่มนวล ส่วนเพลทคือชิ้นส่วนที่เชื่อมต่อตัวกล้องและขาตั้ง โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ Quick Release ที่เน้นความรวดเร็วในการติดตั้ง สามารถเสียบเข้ากับขาตั้งแล้วล็อค อีกแบบเป็นเพลท Arca Swiss สามารถใช้ร่วมกันได้ระหว่างเพลทและขาตั้งอื่นที่เป็น Arca Swiss เหมือนกัน แต่การล็อคและการติดตั้งจะต้องใช้กลไลหมุนเข้าเพื่อล็อค ทำให้ใช้เวลามากกว่า Quick Release

นอกจากนี้ก็ยังมีฟังก์ชั่นการใช้งานการอื่นๆ อีกมากมาย ยังไงก็ลองหาให้ตรงกับความต้องการของคุณนะครับ