EN|TH
Power Buy
ตัวกรอง
สินค้ายอดนิยม
เลนส์และแฟลช
0 รายการ
แสดง
รายการในหนึ่งหน้า

เลนส์ และแฟลชกล้อง (Camera Lens & Flash)

หากมีแต่กล้องถ่ายรูป แต่ไม่มีเลนส์ และแฟลช หรืออุปกรณ์เสริมอื่นๆ ก็คงจะทำให้ภาพที่ออกมานั้น ไม่ได้ดั่งใจอย่างที่คุณต้องการแน่นอน ซึ่งภาพที่ได้แต่ละภาพนั้น นอกจากจะอยู่ที่มือคนถ่ายแล้ว ยังต้องอาศัยอุปกรณ์เสริมต่างๆ ด้วย ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเลือกเลนส์ และแฟลช ที่ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญของกล้องถ่ายรูปเลยก็ว่าได้

วิธีการเลือกเลนส์ให้เหมากับการถ่ายภาพ

ถ่ายชีวิตประจำวัน ใช้เลนส์ EF24-105mm f/4L IS II USM เลนส์ซูมมาตรฐาน สมรรถนะสูง มีความสามารถรอบตัวด้วยระยะโฟกัสที่ให้มุมกว้าง ทำให้คุณสามารถบันทึกชีวิตประจำวันด้วยภาพคมชัด ความคลาดเคลื่อนได้รับการปรับปรุงถึงแม้จะถือกล้องถ่ายโดยใช้สปีดชัตเตอร์ช้าก็ตาม

ถ่ายภาพบุคคล ใช้เลนส์ EF50mm f/1.8 STM มีประสิทธิผลในภาวะแสงน้อย ด้วยรูรับแสงกว้างที่สุด f/1.8 พร้อมระบบ STM โฟกัสอัตโนมัติที่รับประกันความเงียบและความเร็ว มีช่วงความชัดตื้นสูง สามารถสร้างภาพโบเก้เป็นวัตถุต้นแบบที่คมชัดด้วยฉากหลังเบลอสวยงามได้เป็นอย่างดี

ถ่ายภาพแลนด์สเคป ใช้เลนส์ EF16-35mm f/2.8L III USM lens เหมาะกับมุมกว้างของภาพวิว ภาพสถาปัตยกรรม ภาพอินทีเรีย ด้วยความยาวโฟกัสสั้นที่ลงตัวกับภาพมุมกว้าง รูรับแสงกว้างที่สุด f/2.8 มีประสิทธิผลในภาวะแสงน้อย เอื้อต่อความชัดตื้นสูง ซึ่งโฟกัสภาพให้ออกมาโดดเด่น

ถ่ายภาพกีฬา ใช้เลนส์ EF70-300mm f/4-5.6 IS II USM ให้ความแม่นยำสูง รวดเร็ว พร้อมระบบ AF ที่เงียบ ด้วยโฟกัสอัตโนมัติที่ถูกต้องแม่นยำ และให้ความสม่ำเสมอ พร้อมรักษาความคมชัดของภาพ เมื่อจับภาพชั่วขณะที่ตื่นเต้นเร้าใจ ไม่ว่าจะเป็นบนลู่วิ่ง หรือการแข่งขันฟุตบอลด้วยความเร็วชัตเตอร์เอฟเฟ็กต์ IS ที่ปรับสูงถึงประมาณ 4 Stop

ถ่ายภาพสัตว์ป่า ใช้เลนส์ EF-M55-200mm f/4.5-6.3 IS STM (สำหรับการใช้งานกับกล้อง EOS M) ให้คุณสามารถจับภาพสัตว์ป่าจากระยะไกลได้อย่างง่ายดาย เป็นสุดยอดของการถ่ายภาพ ด้วยซูมเทเลโฟโต้ระยะยาวที่สุดในบรรดาเลนส์กล้อง EOS M ตัวเลนส์มีน้ำหนักเบา รูปร่างกะทัดรัด และพกพาสะดวก มีเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สามารถป้องกันภาพสั่นไหวและระบบโฟกัส STM ที่สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว และเงียบเชียบ

เมื่อได้เลนส์กล้องอย่างที่ต้องการแล้ว คราวนี้เรามาดูแฟลชกันบ้างดีกว่าว่ามีวิธีการเลือกแฟลชอย่างไรบ้าง ซึ่งก่อนอื่นคุณต้องคำนึงก่อนว่า จะนำไปใช้ในงานอะไร ถ่ายทั่วไป ถ่ายงาน events ที่ต้องการความคล่องตัว หรือว่าต้องการเอามาจัดไฟโดยเฉพาะอย่าง ยกตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการถ่ายงาน events คุณต้องใช้แฟลชที่ระบบ TTL ที่ใช้ได้เต็มระบบกับกล้องที่คุณใช้ เพราะแฟลชจะคำนวนค่าความแรงที่แฟลชจะยิงแสงออกไป ซึ่งก็จะช่วยให้คุณทำงานได้ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที หรือถ้าต้องการถ่ายรูปสินค้า ถ่าย Portrait คุณต้องเลือกใช้ระบบแฟลชแบบ M (Manual)ซึ่งเมื่อคุณจัดไฟตามที่คุณต้องการแล้ว ความแรงของแฟลชจะแรงเท่ากันทุกครั้ง ซึ่งการถ่ายภาพประเภทนี้จะต้องการความแม่นยำของแสงเป็นสำคัญ

เมื่อพอจะทราบแล้วว่าคุณต้องการใช้งานแฟลชกับการถ่ายภาพประเภทใด ก็มาถึงวิธีการเลือกแฟลช ซึ่งคำแนะนำก็คือ ให้เลือกซื้อแบบล่าสุดของค่ายกล้องที่คุณใช้งานอยู่นั่นเอง ที่มีระบบ TTL ที่ใช้กับกล้องของคุณได้อย่างเต็มระบบ และที่สำคัญก็คือ ควรปรับจาก TTL ไปเป็นการปรับความแรงในโหมด M ได้ด้วย เพราะจะทำให้คุณสามารถใช้งานได้ทั้ง 2 รูปแบบที่ได้กล่าวไปในข้างต้นนั่นเอง หรือถ้าหากตั้งใจจะนำมาใช้สำหรับการจัดไฟ ก็ให้เลือกใช้แฟลชที่ไม่ต้องมีระบบ TTLก็ได้ แต่ต้องสามารถปรับความแรงของแฟลชในโหมด M ได้ด้วย

และเมื่อคุณได้เลนส์ และ แฟลชที่ได้ตรงตามที่คุณต้องการแล้ว เชื่อได้เลยว่าภาพที่คุณจะได้ออกมานั้น จะต้องเป็นภาพที่ตรงตามที่คุณต้องการเช่นเดียวกัน