EN|TH
Power Buy
ตัวกรอง
สินค้ายอดนิยม
กล้องวีดีโอ
0 รายการ
แสดง
รายการในหนึ่งหน้า

กล้องวิดีโอ (Camcorder)

ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน สมาร์ทโฟนที่ทุกคนมีนั้นสามารถถ่ายภาพวีดีโอกันได้เป็นฟังก์ชั่นพื้นฐานแล้ว แต่สำหรับใครที่ค่อนข้างจริงจังหรือเป็นมืออาชีพสำหรับงานถ่ายวีดีโอแล้วล่ะก็ กล้องวีดีโอก็ยังคงเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญและได้มาตรฐานอยู่ทุกยุคทุกสมัย ซึ่งตอนนี้ก็ได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เรามาดูกันดีกว่าว่าถ้าเราจะเลือกซื้อกล้องวีดีโอสักตัวนั้นต้องพิจารณาถึงอะไรบ้าง

1. จะนำไปใช้ทำอะไร  
ถามตัวเองก่อนว่าคุณจะนำไปใช้ทำในกิจกรรมอะไรบ้าง ถ้าคุณชอบเที่ยวบ่อย ๆ ชอบลุยกิจกรรมกลางแจ้ง ดูคอนเสิร์ต หรือชอบถ่ายวีดีโอที่เป็นรูปแบบรายการแล้วแชร์บนโลกโซเชียล เช่น YouTube การมีกล้องสำหรับถ่ายวีดีโอโดยเฉพาะจะได้คุณภาพวีดีโอที่ดีที่สุด ดีกว่าสมาร์ทโฟนที่ถ่ายด้วยโหมดวีดีโอแน่นอน แต่ถ้าคุณเป็นแนวที่ชื่นชอบการถ่ายวีดีโอเล่น ๆ เป็นคลิปสั้น ๆ เพื่อเก็บไว้ดูสนุก ๆ หรือส่งต่อให้เพื่อนผ่านโปรแกรมแชท บางทีแค่สมาร์ทโฟนของคุณอาจจะเพียงพอและสะดวกสบายกว่า

2. ขนาด  
ต้องดูที่มีขนาดเหมาะสม ถ้าใหญ่ไปก็ส่งผลต่อการแพ็คใส่กระเป๋าไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ และถ้ามีน้ำหนักมาก ๆ ก็อาจจะเป็นปัญหาในระหว่างที่เราต้องถือนาน ๆ แต่ถ้าหากตัวเล็กเกินไป พอร์ตเชื่อมต่อต่าง ๆ และฟีเจอร์ก็อาจน้อยลงด้วย ดังนันควรตรวจขนาดก่อนซื้อนะครับ

3.ฟีเจอร์สำคัญ  
หากต้องการคุณภาพของวีดีโอสูง ๆ จะต้องดูกล้องที่รองรับการถ่ายวีดีโอในโหมดกลางคืนหรือถ่ายในที่แสงน้อยได้ด้วย ความละเอียดของภาพก็สำคัญมากโดยอย่างน้อยที่สุดควรสามารถถ่ายวีดีโอแบบ FULL HD . 1080 x 720 PX ได้ ยิ่งความละเอียดมากเท่าไหร่คุณภาพของวีดีโอจะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น

หน่วยความจำนั้นต้องเยอะ เพราะวีดีโอต้องใช้พื้นที่หน่วยความจำขนาดใหญ่นั่นเอง บางรุ่นอาจมีฮาร์ดดิสก์ในตัวได้เลย แต่ยังไงก็แล้วแต่ควรมีการรองรับ SD CARD ด้วย เพราะเวลาแบตกล้องหมด คุณสามารถถอดการ์ดออกมาย้ายไฟล์วีดีโอ ลงเครื่องคอม หรือใช้เสียบการ์ดของกล้องดิจิทัล หรือกล้องวีดีโอตัวอื่น ๆ ได้เลย SD CARD การ์ดที่แนะนำให้มีติดไว้ในเครื่องคือ 128GB ซึ่งไม่มากไม่น้อยเกินไปในการถ่ายวีดีโอใน 1 วัน ของผู้ใช้ทั่วไป

ส่วนระบบป้องกันภาพสั่นไหวนั้นก็จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะขณะกำลังบันทึกวิดีโอแม้ว่าเราจะมั่นใจว่าเราถือกล้องเป็นอย่างดีแล้ว แต่วิดีโอที่ถ่ายออกมานั้นอาจจะสั่นก็ได้

4. คุณภาพการบันทึกเสียง  
กล้องวิดีโอที่ดี ไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะความละเอียดของภาพเท่านั้น แต่ในการบันทึกภาพที่มีเสียงดนตรีประกอบการแสดงของเด็ก, งานแสดงดนตรีต่าง คุณภาพของเสียงจากการบันทึกถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับชมวิดีโอเป็นอย่างมาก กล้องบางตัวจะมีระบบลดเสียงของลมหรือเสียงของผู้ถ่าย ถ้าหากให้ความสำคัญในเรื่องนี้แล้วล่ะก็ ควรเน้นเลือกกล้องที่มีระบบการบันทึกเสียงที่ดี

5. แบรนด์  
สำหรับมือใหม่และผู้ใช้งานทั่วไปควรเลือกแบรนด์ที่ค่อนข้างเชื่อถือได้ และเป็นที่รู้จัก ซึ่งมักจะมีบริการหลังการขายที่ดี สะดวกในการส่งซ่อมหรือการหาอะไหล่  

6. ราคาสมเหตุสมผลหรือไม่  
แน่นอนว่าการที่ราคาถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ได้ ฟีเจอร์น้อยก็ราคาจะถูกหน่อย แต่ถ้าเป็นฟีเจอร์เยอะที่ช่วยให้คุณภาพวีดีโอดูดี ใช้งานสะดวก ยืดหยุ่นขึ้น ราคาก็จะแพงไปด้วย ดังนั้นควรกำหนดความต้องการของตัวเองว่าใช้งานในลักษณะไหนนะครับ

7.สำรวจโปรโมชั่นเทียบราคาแต่ละร้านก่อนซื้อ  
เมื่อได้รุ่นที่ถูกใจ สเปกตอบโจทย์แล้วควรหาร้านที่ราคาดีโปรโมชั่นถูกใจที่สุด เพราะสินค้าประเภทนี้ราคาอาจลดค่อนข้างเร็วพอสมควร ที่สำคัญควรเลือกร้านที่ไว้วางใจได้  

8. ตรวจสอบสภาพกล้องให้ดีก่อนซื้อ  
เช่นจอ LED มีจุดบอดเป็นสีดำหรือเปล่า ถ่ายวีดีโอแล้วลื่นไหลหรือไม่ มีชิ้นส่วนไหนหายหรือชำรุด ทั้งนี้ทางร้านจะให้คุณทดลองใช้งานและสำรวจกล้องทุกอย่างจนคุณพอใจก่อนที่คุณจะแพ็คเก็บและออกจากร้าน ทั้งนี้หากพบสิ่งผิดปกติควรทักท้วงทางร้านเพื่อเปลี่ยนเครื่องใหม่ทันที แต่ถ้ามาพบความผิดปกติภายหลังก็สามารถแจ้งได้ โดยส่วนใหญ่แล้วจะสามารถเปลี่ยนเครื่องได้ไม่เกิน 7 วัน

และนี่คือสิ่งที่ต้องพิจารณารวมถึงเทคนิคการเลือกซื้อกล้องวีดีโอ หวังว่าจะเป็นประโยชน์และสามารถนำไปใช้ได้จริงนะครับ