EN|TH
Power Buy
ตัวกรอง
สินค้ายอดนิยม
เมมโมรี่การ์ดและรีดเดอร์
0 รายการ
แสดง
รายการในหนึ่งหน้า

เมมโมรี่การ์ด และการ์ดรีดเดอร์ (Memory card & reader)

ถ้าหากจะพูดถึงอุปกรณ์เสริมที่ช่วยในเรื่องของหน่วยความจำเพิ่ม คงไม่มีใครไม่รู้จัก เมมโมรี่การ์ด และ รีดเดอร์ ลองมาทำความรู้จักอุปกรณ์เสริมอย่างเมมโมรี่การ์ด และ รีดเดอร์กันอย่างคร่าว ๆ กันหน่อยดีกว่า

เมมโมรี่การ์ด และ รีดเดอร์ : Memory card (เมมโมรี่การ์ด) เป็นสื่อจัดเก็บข้อมูลประเภทหน่วยความจำสำรองประเภทหนึ่ง ซึ่งผู้ใช้สามารถบันทึกข้อมูลลงไปได้โดยที่ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ ข้อมูลไม่มีการสูญหายเมื่อปิดสวิตซ์ มีความเร็วสูงในการขนถ่ายเคลื่อนย้ายข้อมูล ส่วนที่ใช้บันทึกข้อมูลของ เมมโมรี่การ์ดจะเป็นชิป ซึ่งเรียกว่า solid state chips ซึ่งใช้กระบวนการทางไฟฟ้าในการบันทึกข้อมูล และมีตัวควบคุมการอ่านและเขียนในตัวเอง นอกจากนี้ Memory card (เมมโมรี่การ์ด) ยังสามารถแบ่งออกเป็นได้หลายแบบ หลายรุ่นและหลายประเภท วึ่งแต่ละแบรนด์ก็จะมีข้อเด่นที่แตกต่างกัน โดยประเภทของ Memory card (เมมโมรี่การ์ด) ในปัจจุบันนั้น แบ่งได้เป็น 6 ประเภท ได้แก่

Compact Flash (CF card) CF card เป็นการ์ดที่มีขนาดเล็กและเบา รวมทั้งยังทนทานเป็นพิเศษ มีความจุตั้งแต่ 8 เมกะไบต์ จนถึง 3 กิกะไบต์ จุดเด่นของ CF card คือ มีความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลสูง โดย CF card จะมี 2 รูปแบบคือ Type 1 และ Type 2 ซึ่ง Type 2 จะมีความจุมากขึ้น และประมวลผลได้เร็วขึ้น อุปกรณ์ที่นิยมใช้ CF card ส่วนใหญ่จะเป็น กล้องดิจิตอล และ คอมพิวเตอร์พกพา ที่เห็นได้ชัดก็คือ กล้อง Canon จะใช้ CF card เป็นตัวเก็บภาพแทบทุกรุ่น

Multimedia Memory Card (MMC card) การ์ดตัวนี้เราอาจจะคุ้นเคยกันดี เพราะร้อยละ 90 ของมือถือที่รองรับการ์ดความจำ จะใช้ MMC card เป็นส่วนใหญ่ ซึ่ง ข้อดีของมันก็คือ ขนาดที่เล็กและบาง ทำให้เป็นที่นิยมกับอุปกรณ์จำพวก มือถือ, Palm, Pocket PC หรือเครื่องเล่น MP3 พกพาขนาดเล็ก แต่ข้อเสียของ MMC card ก็คือมีราคาแพง และมีความจุให้เลือกน้อย ซึ่งสูงสุดของ MMC ที่พบในตลาดก็คือ 512 MB

Secure Digital Card (SD card) เป็นพัฒนาการต่อเนื่องมาจาก MMC card จะเห็นได้ว่าอุปกรณ์บางชนิด สามารถใส่ได้ทั้ง MMC และ SD card เนื่องจากว่าการ์ดทั้ง 2 ชนิดนี้มีขนาดเท่ากัน ต่างกันที่ SD จะหนากว่านิดหน่อยเท่านั้น นอกจากเรื่องขนาดแล้ว สิ่งที่ SD พัฒนากว่า MMC ก็คือเรื่องของความเร็วในการอ่าน-เขียนข้อมูล, หน่วยความจำที่มีขนาดให้เลือกเยอะกว่า รวมถึงการมีระบบ security ล็อคที่ตัวการ์ดไม่ให้มีการเขียนทับได้ (คล้าย ๆ กับแผ่นดิสก์รุ่นเก่า)

Memory Stick (MS) เป็นการ์ดที่คิดค้นโดยบริษัท Sony มีขนาดเล็ก และเป็นแผ่นบางคล้ายหมากฝรั่ง จุดเด่นของ memory stick ก็คือความรวดเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลสูงมาก อยู่ในระดับ 1.3 MB/วินาที ถือว่าสูงกว่า SD และ MMC แต่ก็ยังมีข้อเสีย คือจะใช้ในวงแคบแค่ผลิตภัณฑ์ของ Sony เท่านั้น และมีราคาแพง

Reduce Size Multimedia Card (RSmmc) เป็นการ์ดแบบใหม่ ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อทดแทน MMC ตัวเดิมที่ขนาดใหญ่กว่า เนื่องจากในปัจจุบันอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์นับวันจะยิ่งเล็กลง เพราะฉะนั้น RSMMC จึงถูกออกแบบมาเพื่อรองรับกับช่องใส่ที่เล็กลง แต่โดยแท้จริงแล้วการทำงานของมันไม่ต่างกับ MMC ตัวเดิมเลย

และสุดท้ายกับ microSD และ miniSD อุปกรณ์ในการจัดเก็บข้อมูล แบบ nand Flash Memory ที่มีการนำไปใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์หลายอย่าง เช่น กล้องดิจิตอล โทรศัพท์มือถือ หรือแม้กระทั่งแท็บเล็ต สาเหตุสำคัญที่ทำให้มันเป็นที่นิยม คือ ราคาที่ค่อนข้างถูก เมื่อเทียบกับหน่วยความจำอื่นๆ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจึงเลือกใช้ microSD Card เป็นส่วนใหญ่ และปัจจุบันมีการพัฒนา microSD ให้ดีมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของความเร็วในการบันทึก ซึ่งมีการแบ่งออกเป็น Class ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ Class 2 โอนถ่ายข้อมูลขั้นต่ำได้ที่ความเร็ว 2 MB / วินาที , Class 4 โอนถ่ายข้อมูลขั้นต่ำได้ที่ความเร็ว 4 MB / วินาที , Class 6 โอนถ่ายข้อมูลขั้นต่ำได้ที่ความเร็ว 6 MB / วินาที , Class 10 โอนถ่ายข้อมูลขั้นต่ำได้ที่ความเร็ว 10 MB / วินาที สำหรับตัว Class นั้นมีความสำคัญมาก เนื่องจากตัวเลข Class บนเมมโมรี่การ์ด และ รีดเดอร์นั้น ตัวเลขเหล่านั้นจะมีความหมายถึงอัตราการส่งผ่านข้อมูลต่ำสุดของการ์ดนั้น ๆ ทำให้เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อ