Power Buy
ตัวกรอง
สินค้ายอดนิยม
เลนส์และแฟลช
0 รายการ
แสดง
รายการในหนึ่งหน้า

เลนส์และแฟลชกล้อง (Camera Lens & Flash)

ช่างภาพแทบจะทุกคนจำเป็นต้องมี เลนส์ และ แฟลช แม้ว่าจะไม่ได้ถ่ายในที่แสงน้อย เพราะมีหลายเหตุผลที่ทำให้ต้องใช้เลนส์ และ แฟลช เช่น เมื่อมีแสงสว่างรอบตัวมาก แต่เลนส์ และ แฟลชที่ติดมากับกล้องให้แสงที่แข็งเกินไปและแบตเตอรี่กล้องหมดไวขึ้น การซื้อเลนส์ และ แฟลชแยกสามารถใช้เล่นกับการถ่ายภาพได้หลายอย่าง โดยเฉพาะคนที่ชอบถ่าย Portrait ย้อนแสง ปัจจุบันประเภทของแฟลชจะประกอบด้วย

แฟลชภายนอก (External Flash Units) เป็นแฟลชแยกชนิดสำหหรับติดกับ Hot Shoe ของกล้อง (Hot Shoe คือช็อกเก็ตสำหรับติดแฟลชซึ่งมีขั่วเชื่อมต่อไฟฟ้า) ซึ่งที่ตัวแฟลชจะมีแบตเตอรี่ด้วย ทำให้ใช้งานง่าย และให้กำลังส่องสว่างสูง เช่นแฟลช Olympus FL-900R ก็อยู่ในหมวดหมู่ของแฟลชประเภทนี้ และยังมีแฟลชภายนอกประเภทที่สร้างขึ้นพิเศษสำหรับการถ่ายภาพบางประเภท อย่างเช่นแฟลชมาโคร STF-8 ของ Olympus ที่ออกแบบสำหรับการถ่ายมาโครโดยเฉพาะ

แฟลชกำลังสูงขนาดใหญ่ (Large Flash Units) เป็นแฟลชประเภทที่มีหัวแฟลชและแหล่งพลังงานแยกกัน โดยปกติหัวแฟลชจะติดบนขาตั้ง และมีการชาร์จพลังงานที่รวดเร็ว หลังจากที่ยิงแฟลชออกไป ด้วยเวลาในการชาร์จพลังใหม่ค่อนข้างสั้น บวกกับการยิงแฟลชที่เสถียร ช่วยให้สามารถถ่ายภาพได้อย่างไร้กังวล โดยบางรุ่นอาจมีการติดตั้งแหล่งพลังงานมาด้วย หรือใช้เเบตเตอรี่พิเศษ กำลังส่องสว่างจะเเสดงหน่วยเป็นวัตต์ (W) เเทนไกด์นำเบอร์ (GN) โดยทั่วไปแแฟลชประเภทนี้ จะใช้สำหรับการถ่ายภาพในเชิงพานิชย์ (แม้ว่าในบางรุ่นจะมีราคาที่ไม่แพงมากสำหรับผู้ที่ไม่ใช่มืออาชีพ) และช่างภาพส่วนใหญจะใช้งานร่วมกับร่มหรือ Light box แทนการใช้แสงจากหัวแฟลชโดยตรง

ในขณะที่อุปกรณ์เสริมอย่างเลนส์นั้น ก็แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ 1. เลนส์ไพร์ม (Prime Lens) คือเลนส์ที่มีระยะโฟกัสตายตัวแค่ช่วงเดียวเท่านั้น แต่จะให้ภาพที่คมชัด มีให้เลือกตั้งแต่ระยะไวด์ไปถึงเทเล เช่น 24 มม., 85 มม., และ 100 มม. เป็นต้น ซึ่งมีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา ช่วยให้พกพาสะดวก เพราะมีจำนวนชิ้นเลนส์น้อย 2. เลนส์ซูม (Zoom Lens) เป็นเลนส์ที่สามารถปรับระยะซูมได้หลายช่วงในเลนส์เดียว เช่น 16-35 มม. และ 70-300 มม. ภายในเลนส์ประกอบด้วยชิ้นเลนส์หลายชิ้น เพื่อประสิทธิภาพในการซูม ส่งผลให้ตัวเลนส์มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักค่อนข้างเยอะ

อย่างไรก็ตาม ถ้าแบ่งเลนส์กล้องตามระยะโฟกัสแล้วจะแบ่งประเภทของเลนส์ได้ดังนี้

เลนส์มาตรฐาน (Normal Lens) คือเลนส์ที่มีความยาวโฟกัสในระยะปกติ ให้ภาพถ่ายที่มีระยะพอดีกับการมองด้วยตาเปล่า โดยเลนส์มาตรฐานจะมาพร้อมกับระยะโฟกัส 50 มม. จึงเป็นเลนส์ที่เหมาะสำหรับใช้ถ่ายภาพทั่วไป หรือจะเรียกอีกอย่างว่าเลนส์ฟิกซ์ 50 ก็ได้

เลนส์เทเลโฟโต (Telephoto Lens) หรือเรียกสั้น ๆ ว่าเลนส์เทเล เป็นเลนส์มุมแคบที่เหมาะกับใช้ในการเก็บภาพระยะไกล เพราะสามารถซูมเข้าหาวัตถุได้ โดยเลนส์ประเภทนี้มีให้เลือกหลายระยะ เช่น 55-300 มม., 70-300 มม., 80-200 มม., และ 200-400 มม. เป็นต้น ไม่เพียงเท่านี้ ยังใช้สำหรับการถ่ายภาพพอร์เทรตด้วย เพราะสร้างเอฟเฟกต์หน้าชัดหลังเบลอได้

เลนส์ไวด์ (Wide Angle Lens) คือเลนส์มุมกว้างที่นิยมใช้ในการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ เพราะเก็บรายละเอียดภาพได้ครบถ้วน โดยมีระยะโฟกัสให้เลือกหลายช่วงเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น 10-24 มม., 11-16 มม., และ 18-35 มม. ไม่เพียงเท่านี้ เลนส์ไวด์ยังเป็นเลนส์ที่เหมาะกับการใช้ถ่ายภาพคอนเสิร์ตหรืออีเว้นต์ต่าง ๆ ด้วย เนื่องจากเก็บภาพได้ครอบคลุม แต่ก็มีข้อเสียอยู่ที่ความเพี้ยนของภาพ ซึ่งเกิดจากขอบภาพที่โค้งกว่าเลนส์แบบอื่น

เลนส์ฟิชอาย (Fisheye Lens) ลักษณะที่สังเกตได้ชัดของเลนส์ประเภทนี้คือ หน้าเลนส์จะกลมและนูนคล้ายตาปลา สามารถเก็บภาพในมุมกว้างสุดถึง 180 องศาเลยทีเดียว ซึ่งให้ภาพที่ดูแปลกตา พร้อมกับมีระยะโฟกัสให้เลือกทั้งแบบเดี่ยวและซูม เช่น 4.5 มม., 8 มม., และ 10-17 มม.

เลนส์มาโคร (Macro Lens) เป็นเลนส์ที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพวัตถุหรือแมลงที่มีขนาดเล็ก รวมถึงดอกไม้ด้วย ซึ่งทำให้เห็นรายละเอียดของสิ่งนั้นได้อย่างชัดเจน โดยมีระยะให้เลือก เช่น 65 มม., 90 มม., และ 105 มม. เป็นต้น

เลนส์ฟิกซ์ (Fixed Lens) คือเลนส์ที่มีระยะโฟกัสแค่ช่วงเดียว ไม่สามารถซูมเข้า-ออกได้ แต่มีจุดเด่นอยู่ที่รูรับแสง ซึ่งมีขนาดกว้างกว่าเลนส์แบบอื่นที่ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ f/2.8 หรือ f/3.5 ขึ้นไป แต่เลนส์ฟิกซ์จะเริ่มที่ f/1.4 หรือ f/1.8 โดยเลนส์บางรุ่นมีรูรับแสงกว้างถึง f/0.95 เลยทีเดียว โดยมีระยะโฟกัสยอดฮิต เช่น 35 มม., 50 มม., และ 85 มม.