EN|TH
Power Buy
ตัวกรอง
สินค้ายอดนิยม
แผ่นกรองอากาศ
0 รายการ
แสดง
รายการในหนึ่งหน้า

แผ่นกรองอากาศ..ทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม

ฝุ่นละอองที่ลอยในอากาศ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นที่เห็นหรือไม่เห็นนั้น มีชื่อแบบเป็นทางการว่า Particulate Matter (PM) มีหน่วยวัดเป็นไมครอน โดยอาจจะอยู่ในแบบของแข็งหรือของเหลวที่กระจายอยู่ในอากาศก็ได้ อย่างเช่น อนุภาคเชื้อโรคต่างๆ ฝุ่นละออง หมอก และควัน นั่นเอง

แผ่นกรองอากาศ..ทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม

ฝุ่นละอองที่ลอยในอากาศ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นที่เห็นหรือไม่เห็นนั้น มีชื่อแบบเป็นทางการว่า Particulate Matter (PM) มีหน่วยวัดเป็นไมครอน โดยอาจจะอยู่ในแบบของแข็งหรือของเหลวที่กระจายอยู่ในอากาศก็ได้ อย่างเช่น อนุภาคเชื้อโรคต่างๆ ฝุ่นละออง หมอก และควัน นั่นเอง

ถึงแม้ว่าร่างกายของเราจะมีระบบป้องกันตัวเองด้วยการดักจับฝุ่นละอองได้ แต่ก็ดักจับได้เฉพาะฝุ่นละอองขนาดใหญ่ๆ เท่านั้น ทำให้สถาบัน Environmental Protection Agency ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ให้ความสนใจกับฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็ก PM 10 และ PM 2.5 มากเป็นพิเศษ เพราะว่าฝุ่นทั้ง 2 ประเภทนี้ จะสามารถแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านระบบทางเดินหายใจ เข้าสู่กระแสเลือดและเซลล์ต่างๆ ของร่างกายก่อให้เกิดโรคร้ายตามมาได้

ฉะนั้น การใช้เครื่องกรองอากาศหรือเครื่องฟอกอากาสเป็นสิ่งสำคัญ โดยปัจจุบันเครื่องฟอกอากาศเข้ามามีบทบาทช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ด้วยจุดขายที่แตกต่างกันไป ผู้ผลิตเครื่องฟอกอากาศหลายรายต่างนำเสนอเทคโนโลยีมากมายที่ช่วยในการคืนอากาศให้บริสุทธิ์

และประเด็นหลักสำคัญสำหรับเครื่องฟอกอากาศอยู่ที่แผ่นกรองอากาศหรือตัวกรองอากาศ โดยหลักแผ่นกรองอากาศมีด้วยกันประมาน 5 แบบ

1. แผ่นกรองอากาศ HEPA ย่อมาจาก High Efficiency Particulate Air (HEPA) มันคือการเกิดจากการนำวัตถุดิบที่เรียกว่า Borosilicate Microfiber มาขึ้นรูปเป็นแผ่น ซึ่งมันก็คือ Fiber Glass ด้วยเทคนิคระหว่างกระบวนการผลิตทำให้ HEPA Filter มีความสามารถที่จะดักจับฝุ่นละออง (ฝุ่นละเอียด) หรือที่เรียกกันว่า ฝุ่น PM 2.5 หรือน้อยกว่านั้น ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงเชื้อโรค แบคทีเรีย เชื้อรา และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กๆ ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

แต่อย่างไรก็ตาม HEPA Filter ไม่สามารถกักเก็บก๊าซหรือสาร VOCs ต่างๆได้เนื่องจากขนาดที่เล็กกว่ามาก แต่ข้อเสียของมันคือการที่มาจาก Fiber Glass ซึ่งดูดจับความชื้นอาจจะทำให้เป็นเชื้อราได้แล้วถ้าสูดดมเข้าไปก็เป็นต้นเหตูของการเกิดมะเร็ง

2. ULPA ย่อมากจาก Ultra Low Penetration Air สำหรับแผ่นกรองอากาศ ULPA ก็จะเป็นลักษณะเดียวกับ HEPA แต่ว่าจะมีคุณสมบัติของมันจะเหนือกว่าจรงที่กรองอนุภาคฝุ่นได้เล็กกว่า แต่ก็ราคาสูงกว่ามากและตันเร็วมากเช่นกัน

3.ระบบประจุไฟฟ้าสถิตย์ (Electrostatic) เป็นระบบการฟอกที่ใช้หลักการทำงานด้วยการเติมประจุไฟฟ้าบวกหรือประจุไฟฟ้าลบ (ขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละยี่ห้อ) ให้กับฝุ่นละอองและเชื้อโรคต่างๆ เมื่ออนุภาคเหล่านี้ไหลผ่านแผ่นกรองที่มีประจุไฟฟ้าลบ (ประจุไฟฟ้าที่แผ่นกรองจะเป็นประจุไฟฟ้าที่ตรงข้ามกับประจุไฟฟ้าที่สร้างในอากาศ) ก็จะถูกดูดให้ติดกับแผ่นกรอง ประสิทธิภาพในการกรองสูงสุดประมาณ 95%

ข้อเสียของระบบประจุไฟฟ้าสถิตย์ – ประสิทธิภาพการดักจับอนุภาคต่างๆ น้อยกว่าแผ่นกรอง HEPA และ ULPA – เป็นระบบที่ทำหน้าที่เพียงกรองฝุ่นละออง กลิ่น และเชื้อราบางชนิด ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีแผ่นกรองชนิดที่สามารถกรองเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา คอยทำหน้าที่ร่วมกันภายในเครื่องฟอกอากาศ

4.แผ่นกรอง Carbon ตัวนี้จะมาช่วยเสริม คุณสมบัติของ 2 แผ่นแรก ช่วยในการกำจัดกลิ่น ดักจับมลภาวะ ความอับชื้น

5.แผ่นกรองฟิลทรีท เป็นแผ่นกรองอากาศของ 3M กรองด้วยแผ่นกรองที่ผ่านการชาร์ทไฟฟ้าสถิตย์แบบถาวร กรองอนุภาคได้เล็กถึง 0.1 ไมครอนกรองสิ่งสกปรกในอากาศได้ดีกว่าแผ่นกรอง HEPA และ ULPA ทั่วไป

อีกทั้งยังสามารถกรอง ฝุ่นเล็กๆ ภายในห้อง, รังแคสัตว์, เชื้อแบคทีเรีย, ควันบุหรี่ และควันจากการปรุงอาหาร, อนุภาคที่จับกลุ่ม และไวรัสมีประสิทธิภาพในการฟอกอากาศสูง

  นอกจากนี้ การเลือกใช้ฟิลเตอร์กรองอากาศที่เหมาะสมกับความเร็วลมเป็นสิ่งที่สำคัญในการรักษาประสิทธิภาพของการกรอง

เนื่องจากในกระบวนการกรองแบบต่างๆ มีความสัมพันธ์โดยตรงกับความเร็วลมที่ใช้ เช่น ในการกรองอากาศของแผ่นกรองละเอียดแบบ HEPA ที่มีประสิทธิภาพการกรองที่ 99.999% กรองฝุ่นขนาด 0.3 ไมครอน ซึ่งเป็นฝุ่นละเอียดและมีกระบวนการดักจับฝุ่นแบบ Diffusion effect ที่ต้องใช้ความเร็วลมต่ำๆ ทำให้โอกาสที่อนุภาคฝุ่นขนาดเล็กจะเกาะติดบนเส้นใยของเนื้อกรองได้สูงและส่งผลให้ประสิทธิภาพในการกรองเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ปัจจัยอย่างอื่นในการเลือกความเร็วลมไม่เหมาะสมอาจส่งผลกระทบต่อเนื้อกรอง แรงลมสูงอาจทำให้เนื้อกรองมีผลต่อเนื้อกรองแตกหรือรั่วได้