Trendtip มีข้อมูลมาฝากกันอีกแล้ว คราวนี้ ขอยกเรื่องของโทรศัพท์มือถือมาเล่าให้ฟัง ถึง 2 เรื่องด้วยกันค่ะ มาเริ่มกันเลย...
ขอขอบคุณ บทความดีๆ จาก www.thaimobilecenter.com
เรื่องแรก : การดูแลรักษาหน้าจอแบบ Touch Screen ควรทำอย่างไร?

หน้าจอที่นำมาใช้กับ โทรศัพท์มือถือ นั้นมีอยู่หลายชนิด เช่น TFT, CSTN, UFB หรือ TFD เป็นต้น และนอกจากนั้นยังแบ่งได้อีกแบบคือหน้าจอที่สามารถแสดงผลได้เพียงอย่างเดียว กับหน้าจอที่สามารถรับคำสั่งจากผู้ใช้ได้ด้วย ซึ่งนั่นก็คือหน้าจอแบบสัมผัส หรือที่เรียกกันติดปากว่าหน้าจอแบบ Touch Screen นั่นเอง ซึ่งมักจะนำมาใช้กับ โทรศัพท์มือถือ ประเภท PDA Phone เสียเป็นส่วนใหญ่ และมักจะมีขนาดความกว้างของหน้าจอที่มากกว่า โทรศัพท์มือถือ ประเภทอื่นๆ มากพอสมควร ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงต่อความเสียหายได้ง่ายกว่า อย่างไรก็ตามวิธีการดูแลรักษาหน้าจอแบบ Touch Screen เบื้องต้นที่พึงจะทำ ก็ไม่ยากจนเกินไป ซึ่งมีดังต่อไปนี้
- ควรติดแผ่นใสกันรอยที่ผลิตขึ้นมาสำหรับใช้กับหน้าจอของ โทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะ เท่านั้น เพื่อป้องกันรอยขีดข่วน แรงกดจากสิ่งที่มาสัมผัส สิ่งสกปรก หรือความชื้น และไม่ควรใช้แผ่นพลาสติกสูญญากาศที่ผลิตขึ้นมาสำหรับติดแผ่นป้ายทะเบียนของรถยนต์ เนื่องจากมีคุณภาพไม่เพียงพอสำหรับการนำมาติดหน้าจอของ โทรศัพท์มือถือ
- ผ้าที่ใช้เช็ดทำความสะอาดหน้าจอ ควรใช้ผ้าที่ไม่มีขน หรือผ้าเช็ดแว่นที่อ่อนนุ่ม
- หากต้องการใช้น้ำยา เพื่อให้มีความสะอาดยิ่งขึ้น ก็ควรใช้น้ำยาที่ใช้สำหรับเช็ดหน้าจอ Touchscreen เท่านั้น ไม่ควรใช้น้ำยาประเภทอื่น เช่น น้ำยาทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือแอลกอฮอล์
- ควรหลีกเลี่ยงการทำตก หรือการกระแทกเป็นอย่างยิ่ง และถ้าจะให้ดี ก็ควรจะนำเครื่องใส่ซอง ปลอก สายคล้องคอ หรือกรอบหุ้มแบบซิลิโคน เอาไว้เสมอ เพื่อบรรเทาความเสียหายหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด
- ไม่นำเครื่องวางไว้ ณ สถานที่ๆ มีอุณหภูมิสูง ยกตัวอย่างเช่น ในรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้กลางแดดเป็นต้น และถ้าเป็นไปได้ไม่ควรนำเครื่องไปอยู่ในสถานการณ์ที่มีอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่นจากที่อบอยู่ในกระเป๋ากางเกงกลางแดดร้อนๆ แล้วเข้าไปยังห้องแอร์เย็นเฉียบโดยทันที เนื่องจากหน้าจออาจจะปรับสภาพไม่ทัน จนทำให้เกิดรอยร้าว หรือแตกได้
- หากหน้าจอโดนน้ำ ควรนำผ้าดังข้อที่ 2 มาทำการรีบซับน้ำเบาๆ โดยทันที ไม่ควรถูแรงๆ เนื่องจากอาจจะทำให้หน้าจอเป็นรอยขีดข่วนได้ และไม่ควรเอาไดร์เป่าผมมาเป่าให้แห้งโดยเด็ดขาด เนื่องจากเสี่ยงต่ออาการหน้าจอบวม ซึ่งค่าซ่อมคงจะไม่ใช่น้อยๆ อย่างแน่นอน
เรื่องที่ 2 : จะชาร์จแบตเตอรี่อย่างไร ให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานยาวนานมากที่สุด?

อยากให้แบตเตอรี่มือถืออยู่คู่กับเราไปได้นานๆ ก็ควรจะคำนึงถึงการชาร์จแบตเตอรี่ที่ถูกต้อง ดังต่อไปนี้ี้
- ควรชาร์จแบตเตอรี่ทันทีเมื่อมีสัญญาณเตือน ไม่ใช่รอให้แบตเตอรี่หมดก่อน
- เมื่อชาร์จแบตเตอรี่จนมีสัญญาณแจ้งว่าเต็มแล้ว ก็ควรถอดสายชาร์จออกทันที
- หากชาร์จแบตเตอรี่ขณะที่แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง 100% อายุการใช้งานของแบตเตอรี่จะอยู่เพียงแค่ประมาณ 3,000 รอบการชาร์จ เท่านั้น แต่ถ้าหากชาร์จแบตเตอรี่ขณะที่แบตเตอรี่เหลือพลังงานอยู่ 60-80% อายุการใช้งานของแบตเตอรี่จะมากถึงประมาณ 20,000 รอบการชาร์จ เลยทีเดียว
- แบตเตอรี่มือถือในปัจจุบันเป็นแบบ Li-Ion ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงเรื่อง Memory Effect อีกต่อไป ไม่เหมือนกับแบตเตอรี่รุ่นเก่าๆ ในอดีต
- แม้ว่ารอบการชาร์จของแบตเตอรี่จะยังเหลืออยู่ แต่แบตเตอรี่จะมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 5 ปี ซึ่งแบตเตอรี่จะค่อยเสื่อมสภาพไปเองเรื่อยๆ หลังจาก 5 ปี โดยไม่ขึ้นอยู่กับรอบการชาร์จอีกต่อไป
- หากชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม แต่ปล่อยเอาไว้เฉยๆ โดยไม่ได้ใช้งาน ประจุไฟฟ้าในแบตเตอรี่จะลดลงไปเองในอัตราประมาณ 2-10% ต่อเดือน
ติดตามสาระดีๆ จาก Trendtip ในครั้งหน้านะคะ
ที่มา www.thaimobilecenter.com