Power Buy
 

 
Contact Us
Download Brochure
promotion
 
Power Buy Updates Items
Mamaru
 
5 Step for shopping online
 

 

10 เทคโนโลยีของกล้อง DSLR (ที่น่าจะมีสักที) ในปี 2010

    ในช่วงระยะหลายปีที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่กล้อง DSLR ได้รับความนิยมกันในหมู่ช่างภาพอย่างกว้างขวาง เทคโนโลยีด้านต่างๆของกล้อง DSLR ก็พัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ ทั้งทางด้านความละเอียด ระบบการทำงานรวมไปถึงลูกเล่นต่างๆที่แต่ละค่ายงัดออกมาเกทับกันอย่างเมามัน และถึงแม้ว่ากล้อง DSLR จะดูไฮโซ ดูล้ำยุคเพียงใด แต่เชื่อหรือไม่คะว่ายังมีเทคโนโลยีอีกหลายอย่าง ที่กล้องคอมแพคของคุณป้าคนข้างๆเค้าเหนือกว่าเราอีกนะ ว่าแล้วก็ลองมาดูกันนะค่ะว่าในปีหน้า (หรือปีต่อๆไป) มีเทคโนโลยีใดบ้างที่มีแนวโน้มว่าจะนำมาใช้ในกล้อง DSLR

1.จอทัชสกรีน
    จอทัชสกรีนไม่ใช่ระบบแปลกใหม่ของกล้องดิจิตอล เพราะที่ผ่านมาก็มีกล้องคอมแพคที่ใช้จอระบบสัมผัสให้เห็นกันอยู่แล้วหลายรุ่น เช่น SONY DSC N1, SAMSUNG NV100 HD, CANON IXUS 200IS เป็นต้น แต่สำหรับกล้อง DSLR นั้นจอระบบสัมผัสยังคงเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่น่าจับตามองและคิดว่าในไม่ช้าจะต้องถูกนำลงมาใส่ในกล้อง DSLR ด้วยอย่างแน่นอน เพราะการเปลี่ยนมาใช้การควบคุมกล้องแบบจอสัมผัสมีข้อดีมากมาย เช่น ทำให้สามารถออกแบบกล้องได้ กระทัดรัดกว่าเดิม แถมยังสามารถขยายหน้าจอ LCD ให้กว้างขึ้นอีกเพราะ ไม่ต้องเผื่อพื้นที่ให้วางปุ่ม เนื่องจากปุ่มควบคุมด้านหลังถูกย้ายไปอยู่ในจอเรียบร้อยแล้ว

2.เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้
    จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถแนบภาพที่เราเพิ่งถ่ายไปกับอีเมล์ แล้วส่งไปให้เพื่อนฝูงหรือคนรู้จักที่อยู่ในอีกมุมหนึ่งของโลกได้โดยไม่ต้องพึ่งคอมพิวเตอร์อีกต่อไป เทคโนโลยีเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบไร้สายและฟังก์ชั่นการส่งภาพผ่านทางอีเมล์

        ก็มีอยู่ในกล้องคอมแพคบางรุ่นแล้วเหมือนกัน การนำมาใช้ในกล้อง DSLR ด้วยจึงเป็นเรื่องที่ไม่น่ายากและคาดว่าต้องมาแน่นอน

3.GPS แบบ Built-in
    ปัจจุบันนี้กล้อง DSLR สามารถระบุพิกัดตำแหน่งที่เราถ่ายภาพได้ โดยการอาศัยอุปกรณ์เสริมที่ใช้รับสัญญาณจากดาวเทียม ข้อมูลพิกัดก็จะถูกบันทึกลงไปในภาพถ่าย หากนำไปใช้ร่วมกับโปรแกรมที่รองรับก็สามารถเปิดแผนที่แสดงให้เห็นได้เลยว่าภาพนี้ถูกถ่ายตรงตำแหน่งใดบนพื้นโลกใบนี้ ปัญหาสำคัญของอุปกรณ์ชิ้นนี้ก็คือ “มันแพง” นั่นเอง เช่นเจ้า GP-1 อุปกรณ์รับสัญญาณ GPS ของนิคอนตัวเล็กกว่าแบตเตอรีกล้องเสียอีกแต่มีราคาเกือบหมื่น ซึ่งแพงเกินกว่าประโยชน์ที่ได้รับ (ทั้งๆที่กล้องคอมแพคเค้ามี GPS ในตัวกันแล้ว) ทำให้ผู้ที่อยากจะลองใช้ฟีเจอร์นี้ต้องส่ายหัวไปตามๆกัน บางคนถึงกับลงทุนไปซื้อตัว GPS แบบที่เก็บ log ตำแหน่งได้อย่างเดียวซึ่งมีราคาถูกกว่าแล้วนำข้อมูล GPS ที่เก็บได้เอามาซิงค์กับภาพทีหลังในคอมพิวเตอร์ซึ่งก็ยุ่งยากอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่แน่ เพราะช่วงนี้กระแส GPS กำลังมาแรงอีกไม่นานคาดว่าค่ายผู้ผลิตกล้องอาจจะเริ่มสนใจนำเทคโนโลยี GPS นี้ใส่ลงมาให้กับกล้องโดยที่ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเลยก็เป็นได้

4.Video in DSLR
    เป็นเรื่องที่ฮือฮากันอย่างมากเลยทีเดียวกับการเปิดตัวของ Nikon D90 กล้อง DSLR ตัวแรกของโลกที่สามารถถ่ายวิดีโอได้ และนั่นถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับกล้อง DSLR ยี่ห้ออื่นๆที่ต้องถ่ายวิดีโอได้เช่นกัน แต่มันก็แจ่มจริงๆนั่นแหละ หากใครเคยลองถ่ายวิดีโอด้วยกล้อง DSLR แล้วจะพบว่ามันคนละเรื่องกับการใช้กล้อง วิดีโอพวกแฮนดี้แคมถ่ายเลย ไหนจะเรื่องของมิติของภาพ ความคมชัดได้เดปฯ (ความชัดลึก) ยังกะใช้กล้องถ่ายหนังตัวเป็นล้านถ่าย แถมยังสามารถเปลี่ยนเลนส์ช่วงต่างๆเพื่อเปลี่ยนมุมมองให้ภาพดูน่าสนใจมากขึ้นด้วย ทำให้สามารถพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่า เทคโนโลยีวิดีโอสำหรับกล้อง DSLR นี่ไม่ได้ถูกใส่มาเป็นแค่ไม้ประดับ แต่มันต้องมีโอกาสพัฒนาได้ไกลอีกแน่นอน ต้องคอยดูว่าผู้ผลิตจะใส่ลูกเล่นอะไรเพิ่มเข้ามาในอนาคต

5.หน่วยความจำในตัวกล้อง
    ทั้งๆที่ราคาของเมมโมรีการ์ดแบบต่างๆก็ถูกลงมากแล้ว ทำมั้ยทำไมผู้ผลิตกล้อง DSLR ถึงยังไม่ยอมใส่หน่วยความจำฉุกเฉินไว้ในตัวกล้องสักที เพราะในการถ่ายภาพหลายๆครั้งที่เรากดกันเพลินจนการ์ดเต็ม แต่ช็อตสำคัญๆดันชอบมาตอนนั้นพอดี ครั้นจะให้ลบภาพที่ถ่ายไปก็ลังเล นี่ก็จะเอา นั่นก็จะเก็บไว้ เลยอดได้ช็อตเด็ดๆไปซะงั้น จะดีมากๆเลยหากในกล้อง DSLR มีหน่วยความจำในตัวสัก 512- 1 Gb ก็ยังดี เผื่อให้ช่างภาพเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉินเวลาเจอช็อตเด็ดๆตอนการ์ดเต็มอย่างที่บอกจะได้ไม่พลาดโอกาสเก็บภาพงามๆไป

6.Dynamic range ของเซ็นเซอร์ที่ดีขึ้น
    แม้ว่า Dynamic range ของกล้อง DSLR ในปัจจุบันจะถูกพัฒนาให้ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับกล้องรุ่นเก่าๆ แต่มันก็ยังห่างไกลกับสิ่งที่ตาคนเรามองเห็นได้เยอะมาก นั่นจึงเป็นที่มาของข้อจำกัดเวลาที่เราต้องถ่ายภาพที่มีคอนทราสต์สูงๆ เช่น ภาพย้อนแสง เราต้องเลือกว่าจะเก็บส่วนมืดแล้วปล่อยให้ส่วนสว่างขาวเวอร์หรือจะเก็บส่วนสว่างแต่ส่วนมืดดำสนิท ไม่งั้นก็ต้องใช้อุปกรณ์เสริม เช่น แฟลช รีเฟลค หรือจะถ่ายหลายๆภาพแล้วเอามาซ้อนด้วย Photoshop ภายหลัง เซ็นเซอร์ของกล้อง DSLR ในอนาคตมีแนวโน้มว่าจะมีช่วงการรับแสงหรือ Dynamic range ที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งไม่แน่ว่าอีกหน่อยกล้อง DSLR อาจถ่ายภาพออกมาได้เหมือนกับที่ตาเห็นก็เป็นได้ (แต่คงอีกนาน)

7.ระบบวัดแสงที่ไม่ยึดติดกับสีเทา 18%
    ระบบวัดแสงของกล้อง DSLR ในปัจจุบันยังคงมีหลักการเดียวกับกล้องฟิล์มในสมัยก่อน คือยังใช้การวัดแสงโดยอิงจากค่าการสะท้อนสีเทา 18% ทำให้เวลาจะถ่ายภาพทีนึงเราก็ต้องมานั่งเลือกว่าจะวัดแสงตรงไหน ชดเชยแสงอย่างไรดี ซึ่งบางครั้งก็ถูกมั่งไม่ถูกมั่ง ทำให้ภาพเสียเยอะมาก อย่ากระนั้นเลย ช่วยคิดระบบวัดแสงแบบที่รับรู้สีสันและความสว่างเหมือนที่ตาคนเห็น พร้อมกับคำนวณค่ารูรับแสงและสปีดชัตเตอร์ที่เหมาะสมให้ด้วยกันเลย เวลาถ่ายภาพจะได้เอาเวลาไปหามุมมองหรือสนใจเรื่ององค์ประกอบมากกว่านั่งคำนวณค่าการสะท้อนแสง ไม่แน่ว่าลูกหลานของเราในอนาคตที่เป็นช่างภาพ  อาจจะไม่รู้จักกับคำว่าสีเทา 18% เลยก็เป็นได้

8.บอดี้กันน้ำ (จริงๆ)
    ผู้ผลิตกล้องในระดับโปรฯส่วนใหญ่ มักจะโฆษณาสรรพคุณว่ากล้องรุ่นนั้นๆกันฝุ่นและละอองน้ำได้ (บางเจ้าก็บอกว่ากันความชื้น) แต่ยังไม่เห็นมีสักรายที่บอกว่ากันน้ำได้แบบเต็มๆคำ ทำให้เวลาเรานำกล้องไปใช้งานในสภาพสมบุกสมบัน เช่นฝนตกปรอยๆ หรือหมิ่นเหม่จะโดนน้ำเนี่ย มักจะไม่มั่นใจเลยว่า ไอ้คำว่าละอองน้ำของผู้ผลิตกับละอองฝนที่เราเจออยู่เนี่ย มันระดับเดียวกันมั้ย แล้วเกิดถ้าเราเอากล้องออกไปตากฝนถ่ายแล้วกล้องเจ๊งขึ้นมา ผู้ผลิตก็ไม่รับผิดชอบอยู่ดี

        เพราะไม่อยู่ในเงื่อนไขการประกัน (อย่าลืมกลับไปอ่านคู่มือกล้องดีๆด้วยนะ) ดังนั้นเทคโนโลยีการผลิตที่น่าจะมีได้แล้วก็คือ การซีลกล้องแบบให้แน่นหนาสุดๆจนสามารถกันน้ำได้จริงๆ ไม่ต้องถึงขนาดเอาลงไปถ่ายใต้น้ำได้หรอก แค่ขอให้ใช้ถ่ายกลางฝนตกหรือเดินถ่ายในวันสงกรานต์ได้อย่างมั่นใจก็พอแล้วนะคะ

9.พอสักทีกับความละเอียดที่มากเกินจำเป็น
    ยุคนี้ไม่ใช่ยุคที่ต้องมาแข่งขันกันเรื่องความละเอียดกันอีกแล้ว ถามหน่อยว่ามีสักกี่คนที่ถ่ายภาพออกมาแล้วนำไปอัดขนาด A3 ทุกภาพ (ไม่นับมืออาชีพนะ) กล้อง DSLR ทุกวันนี้ต่างก็เปิดตัวมาด้วยความละเอียดที่สูงเกินความจำเป็นแล้ว ทั้งๆที่เราๆท่านๆส่วนใหญ่ถ่ายภาพเสร็จก็เก็บลงคอมเอาไว้ นานๆถึงจะเอามาโพสต์ให้คนอื่นดูสักที การอัดความละเอียดเป็นสิบล้านกว่าพิกเซลลงบนเซนเซอร์ขนาดกะจิ๊ดริดเดียว นอกจากจะทำให้ไฟล์มีขนาดใหญ่จนเปลืองเมมโมรีแล้ว จำนวน Noise หรือจุดรบกวนก็มากตามไปด้วย

        เพราะไม่อยู่ในเงื่อนไขการประกัน (อย่าลืมกลับไปอ่านคู่มือกล้องดีๆด้วยนะ) ดังนั้นเทคโนโลยีการผลิตที่น่าจะมีได้แล้วก็คือ การซีลกล้องแบบให้แน่นหนาสุดๆจนสามารถกันน้ำได้จริงๆ ไม่ต้องถึงขนาดเอาลงไปถ่ายใต้น้ำได้หรอก แค่ขอให้ใช้ถ่ายกลางฝนตกหรือเดินถ่ายในวันสงกรานต์ได้อย่างมั่นใจก็พอแล้วนะคะ

10.ไฟล์ RAW ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน (สักที)
    ณ ตอนนี้ผู้ผลิตกล้องแต่ละค่ายต่างก็ซุ่มพัฒนาไฟล์ RAW ในรูปแบบของตัวเองโดยไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเท่าใดนัก เพราะต่างค่ายต่างก็มีมาตรฐานของตนเอง ดังนั้นเราจึงเห็นว่าไฟล์ RAW ของกล้องแต่ละยี่ห้อไม่สามารถนำมาเปิดด้วยโปรแกรมเดียวกันได้และถึงแม้ว่าจะมีซอฟต์แวร์บางตัวที่สามารถอ่านไฟล์ RAW ได้อย่างไม่เลือกค่าย เช่น Lightroom หรือ Capture one แต่ภาพที่ได้ก็ไม่ค่อยจะถูกใจคนถ่ายนักเพราะไม่สวยเท่าเปิดจากซอฟต์แวร์ที่แถมมากับกล้อง การที่ไฟล์ RAW ไม่มีมาตรฐานกลางนี่ทำให้เกิดปัญหาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดดูด้วยโปรแกรมดูภาพทั่วๆไปไม่ได้ ต้องใช้โปรแกรมของผู้ผลิตกล้องเท่านั้น

        ปัญหาในการจัดเก็บไฟล์ในอนาคตหากมีการเปลี่ยนฟอร์แมตล่ะ แล้วไฟล์ RAW เก่าๆที่เก็บไว้จะเอาไปเปิดกับโปรแกรมอะไร รวมไปถึงการทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ต่างๆ เช่น เครื่องพิมพ์ก็ไม่สามารถรองรับไฟล์ RAW ได้โดยตรงเพราะมันไม่มีมาตรฐานนั่นเอง ค่าย Adobe เองก็เคยเสนอฟอร์แมต DNG โดยหวังจะให้เป็นฟอร์แมตมาตรฐานในการจัดเก็บไฟล์ภาพถ่ายแบบที่ไม่มีการสูญเสียข้อมูล แต่ค่ายผู้ผลิตกล้องส่วนใหญ่ก็ยังไม่ยอมรับในมาตรฐานนี้ ผู้ใช้งานเองก็คงต้องรอดูต่อไป และหวังว่าสักวันในอนาคตคงจะมีมาตรฐานไฟล์ RAW ให้ใช้กันแบบไม่เลือกค่ายสักที

ต้องรอดูกันต่อไปนะคะว่า กล้อง DSLR รุ่นใหม่ๆที่ออกมาในอนาคต จะมีสักกี่ตัวได้สเป็คที่เราหวังไว้นี้ ช่วงหยุดยาวนี้

ขอขอบคุณ การเอื้อเฟื้อข้อมูลจาก http://www.dplusmag.com/

More Back

 
Join Power Buy on Facebook
Folloe Power Buy on Twitter Watch Us@ YouTube Authorised Reseller

E-Newsletter
 
 
Power Buy Society
more>>  

Other Promotion






Guide Book : แนะนำวิธีการเลือก NOTE BOOK & TABLET

CentralRobinson ZEN TopsSuperSportsB2SHomeworksOffice DepotCentral Online   
ABOUT POWERBUY  |   CAREERS  |   STORE LOCATIONS  |     PRIVACY POLICY  |   DISCLAIMER  |   CONTACT US  |   HELP   |   FAQ
Copyright © 2007 by Power Buy. All Right Reserved.