ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.online-station.net/
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ติดตามข่าวสารเทคโนโลยี ใหม่ๆ ในช่วงนี้ คงต้องได้ยินเกี่ยวกับ HDTV มาบ้าง Guru จึงนำข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี่มาให้อ่านซะเลย หลายคนอาจรู้จักมันจากการไปด้อมๆ มองๆ ตามห้างร้านที่เปิดโชว์ HDTV เหล่านี้อยู่ และคงเคยสัมผัสถึงสายตาของพนักงานขายที่จ้องมองมาเหมือนกับคิดว่าเราเป็นพวก โรคจิตที่ชอบมายืนดูฟรี ซะงั้น (แต่จะไปว่าบางคนก็ถึงขนาดลูบๆ คลำๆ ทีวีพวกนี้เลยล่ะ) แม้ว่า HDTV จะออกมาได้นานนับสิบปีแล้ว แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่คิดจะนำมาใช้ติดบ้านสักที เพราะราคาที่แพง (มากๆ) ประกอบกับสื่อต่างๆ ที่ใช้กับทีวีประเภทนี้ยังไม่ดีพอ ทำให้ทีวีประเภทนี้ไม่ได้รับความนิยมในอดีต แต่ปัจจุบันสื่อบันทึกข้อมูลความละเอียดสูงระดับ Hi-Def (Hight-Definition) ที่มีคุณภาพก็ออกมาแล้ว พร้อมกับเกมและหนังที่ทำออกมารองรับมาตรฐานใหม่นี้เยอะขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ก็คงสมควรแก่เวลาที่เราจะมาทำความรู้จักมันสักที
แม้ว่าราคาของทีวีประเภทนี้จะถูกกว่าแต่ก่อนมาก แต่ก็ยังไม่ใช่เรื่องง่ายในการตัดสินใจเลือกซื้ออยู่ดี แค่ประเภทของมันและตัวหนังสือกับตัวเลขต่างๆ ที่มากับโบรชัวร์ก็ยุบยั่บยังกะภาษาต่างดาว แค่นี้ก็ทำเอาคุณมึนตึ๊บปวดหัวไปหลายวันได้แล้ว แต่อย่าเพิ่งกลัวที่จะทำความรู้จักมัน ผมได้แปลภาษาต่างดาวเหล่านั้นไว้ในนี้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นก่อนที่คุณจะกลายเป็นคนโรคจิตในสายตาคนขายเหล่านั้น ติดอาวุธที่ตัวคุณด้วยข้อมูล HDTV จากบทความนี้ซะก่อนนะครับ
CRT หรือทีวีจอแก้ว
นี่คือทีวีที่คุณรู้จักคุ้นเคยกันดีเพราะโตมากับมัน จอ CRT หรือจอแก้วนั้นจะมีขนาดใหญ่ ซึ่งทีวีแบบนี้กำลังจะตกยุค แต่ก็ยังสามารถนำเสนอคุณภาพของภาพในระดับของ HDTV ได้ในราคาที่ไม่แพงมากนัก เหมาะสำหรับคนทั่วไปที่มีงบซื้อไม่มากนัก
ข้อดี ราคาถูกกว่าประเภทอื่นมาก และหลายรุ่นยังมีดีไซน์ที่ดูดีอีกด้วย รุ่นที่ดีๆ จะมีคุณภาพของสีที่ดีมาก อาจมากกว่า HDTV แบบอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะการให้สีดำ ไม่มีค่า Native Resolution ทำให้ไม่ต้องกังวลกับเรื่องการไม่เข้ากันของสัญญาณภาพ (ดูรายละเอียดได้ที่หัวข้อเคล็ดลับการเลือกซื้อข้อ 4)
ข้อด้อย หนักเทอะทะ ในปัจจุบันนี้เริ่มหาได้ยากแล้ว เนื่องจากเทรนด์ HDTV เปลี่ยนไปเร็วมากๆ ทำให้จอแก้วแบบ HD เลิกผลิตไปหลายยี่ห้อ แต่ก็ยังหาได้จากซัมซุงหรือแอลจีที่ยังมีผลิตอยู่บ้าง
LCD/Plasma
นี่คือสิ่งที่ทุกคนจะมองเห็นภาพเมื่อกล่าวถึง HDTV ประเภทนี้ ซึ่งเรียบและบางพอสำหรับแขวนไว้บนกำแพง จอทีวีแบบ LCD จะมีหลายขนาดให้เลือกมากกว่าจอ Plasma ซึ่งจะมีแต่ใหญ่ให้เลือกเท่านั้น

ข้อดี แบนราบ, บาง และสวยงามล้ำสมัย LCD มีความละเอียดสูง ส่วนจอ Plasma ให้สีดำที่มีคุณภาพมากกว่า
ข้อด้อย จอ Plasma ปล่อยความร้อนมากกว่า LCD และกินไฟมากกว่า อาจมี Dead Pixel (จุดบอดบนจอภาพ) เกิดขึ้นได้ใน LCD
โปรเจ็คต์เตอร์
เทคโนโลยีเครื่องฉายภาพที่มีมานานแสนนาน แต่ในอดีตโปรเจ็คเตอร์มีไว้สำหรับผู้เล่นโฮมเธียเตอร์ที่มีห้องส่วนตัวปิด ทึบ แต่ปัจจุบันโปรเจ็คเตอร์สามารถเปิดฉายในที่มีแสงสว่างได้มากแล้ว แม้จะไม่ถึงกับสู้แสงได้เต็มที่ แต่ก็ถือว่าสามารถนำมาใช้กับเครื่องเล่นเกมได้ดีทีเดียว

ข้อดี เบาพกพาสะดวก สามารถขยายขนาดภาพที่ออกมาได้ 300 นิ้ว ความละเอียดสูง สีสันชัด
ข้อด้อย เพื่อคุณภาพที่ดีที่สุดยังต้องการห้องที่ปิดทึบไม่ให้แสงเข้ามารบกวนมากอยู่ ถ้าคุณไม่มีห้องเฉพาะแบบนี้อาจจะต้องคิดมากกว่าการซื้อ HDTV แบบอื่น และต้องเปลี่ยนหลอดไฟในเครื่องทุกๆ 3-4 พันชั่วโมง ซึ่งมีราคาสูงพอสมควร
นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีใหม่กำลังเข้ามาทำตลาดเรื่อยๆ อย่าง OLED, LED, Laser TV และอื่นๆ แต่เทคโนโลยีพวกนี้ยังใหม่มากและราคาสูงเกินเอื้อมสำหรับนักเล่นเกมทั่วไป อยู่ ไว้โอกาสหน้าจะนำรายละเอียดมาให้ลงภายหลังครับ

เคล็ดลับในการเลือกซื้อ HDTV
- พิจารณาถึงศักยภาพความละเอียดของ HDTV โดยดูที่ตัวเลขตรง Resolution ซึ่งจะแสดงเป็นตัวเลข 2 แบบเช่น 1920 x 1080, 1366 x 768 เป็นต้น โดยตัวเลขส่วนแรกจะเป็นค่าความละเอียดของพิกเซลบน
หน้าจอ ส่วนตัวเลขที่ส่วนหลังจะเป็นจำนวนเส้นที่จอภาพนั้นรองรับ (Horizontal Line) ยิ่งตัวเลขสูงภาพที่ได้ก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น
สำหรับ HDTV ให้ดูที่จำนวนเส้นที่รองรับ ค่าตัวเลขที่เหมาะสมอย่างต่ำต้อง 720p หรือ 1080i (ตัว p ย่อมาจาก Progressive Scan ส่วนตัว i ย่อมาจาก Interlaced) ซึ่งรุ่นที่รองรับแบบนี้มีออกมาได้สักระยะแล้ว และรุ่นใหม่ที่รองรับ 1080p ซึ่งถือว่าเป็นความละเอียดสูงสุดในตอนนี้
- พยายามเลือกดูทีวีที่เป็นจอไวด์สกรีนสัดส่วน 16:9 ไว้ก่อน เพราะว่าเกมและภายนตร์ระดับ Hi-Def ในตอนนี้จะถูกบันทึกมาในรูปแบบไวด์สกรีนทั้งหมด ถ้าคุณไม่มีจอภาพแบบไวด์สกรีนก็เท่ากับว่าคุณพลาดโอกาสในการรับชมภาพแบบเต็ม จอไปฟรีๆ
- ให้แน่ใจว่า HDTV ที่ตั้งใจจะซื้อมีการเชื่อต่อสัญญาณได้หลายรูปแบบ ถ้าให้ดีควรมีช่อง HDMI/DVI/Component ครบถ้วน
- ระวังในเรื่องของการไม่เข้ากันของสัญญาณ โดยทีวีรุ่นใหม่ส่วนใหญ่จะมีค่า Native Resolution แสดงไว้ ซึ่งเป็นค่าที่ไว้แสดงผลการรับสัญญาณทั้งหมดที่ทีวีเครื่องนั้นรับได้ (ส่วนใหญ่จะเป็น 720p) ซึ่งสัญญาณทั้งหมดที่เข้ามาจะถูกปรับขึ้นหรือลง เพื่อให้เข้ากับค่า Native Resolution ของเครื่อง ด้วยตัวประมวลผลของทีวีนั้นเอง ถ้าตัวประมวลผลเชื่องช้าก็อาจเกิดการหน่วงของภาพได้ ในขณะที่ Xbox 360 และ PS3 จะส่งสัญญาณแบบ 720p ได้ (รวมถึง Xbox 1 บางเกมด้วย) ทำให้ไม่จำเป็นที่ทีวีแบบ 720p ต้องมาคอยเปลี่ยนสัญญาณอีก แต่ถ้าเป็นเครื่องเกมรุ่นอื่นๆ จะส่งสัญญาณที่ 480i และ 480p ซึ่งใช้ในทีวีแบบปกติ
- ตรวจดูข้อด้อยที่เป็นปัญหาของทีวีแต่ละแบบให้ละเอียด อย่างค่า Response Time ที่ระบุเป็นตัวเลขเช่น 12ms, 8ms ซึ่งเป็นค่าการตอบสนองกับภาพเคลื่อนไหว (ตัวเลขยิ่งต่ำยิ่งดี) ถ้ามากไปอาจทำให้คุณเห็นภาพเบลอจากเงาของภาพขณะเคลื่อนไหวได้
ศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับ HDTV
Interlaced: เป็นระบบการแสดงภาพที่เกิดจากการสแกน 2 รอบ (เส้นคู่และคี่) เพื่อให้เกิดภาพ 1 ภาพ มีรูปแบบความละเอียดของสัญญาณอยู่ที่ 480i กับ 1080i
Progressive: เป็นระบบการแสดงภาพที่เกิดจากการสแกน 1 รอบไล่ลงมาจนครบ ทำให้ได้ภาพที่นิ่งกว่าชัดเจนกว่าแบบ Interlaced มีรูปแบบความละเอียดของสัญญาณอยู่ที่ 480p, 720p และ 1080p
Composite: หรือที่เรียกกันติดปากว่าสาย AV เป็นช่องสัญญาณวิดีโอความละเอียดต่ำสุด ไม่สามารถรองรับสัญญาณ Hi-Def ได้
S-Video: ดีขึ้นกว่า Composite แต่ก็ยังไม่ดีพอสำหรับมาตรฐาน Hi-Def
Componet: นี่แหละใช่เลย สายเชื่อมต่อที่ได้มาตรฐานสำหรับ Hi-Def
HDMI/DVI: เป็นการเชื่อมต่อแบบดิจิตอลที่เป็นมาตรฐานที่ดีที่สุดในตอนนี้ DVI จะส่งได้แต่สัญญาณภาพ ส่วน HDMI จะส่งได้ทั้งภาพและเสียงพร้อมกัน
CTR: หรือทีวีจอแก้วเป็นเทคโนโลยีรุ่นเก่า ที่ใช้หลอดภาพสุญญากาศและอื่นๆ
LCD: Liquid Crystal Display ใช้ผลึกคริสตัลเหลวในการสร้างภาพขึ้นบนจอ ใช้ในทีวีประเภท Flat-Panel และ Projection
Plasma: แต่ละพิกเซลในจอแบบนี้จะบรรจุก๊าซเรืองแสง ซึ่งจะใช้ประจุไฟฟ้าที่ไปกระตุ้นก๊าซเหล่านี้ให้เกิดสีขึ้นมา
4:3: เป็นสัดส่วนภาพแบบเก่าที่พบได้ทั่วไปในทีวีปกติ
16:9: หรือเรียกกันว่าจอไวด์สกรีน จอกว้าง เป็นมาตรฐานของ HDTV ซึ่งจะมีสัดส่วนใกล้เคียงการรับชมในโรงหนัง
Contrast Ratio: มารตาฐานวัดค่าความแตกต่างของสีขาวและสีดำที่ทีวีเครื่องนั้นสามารถทำได้ จะแสดงเป็นอัตราส่วนเช่น 800:1 เป็นต้น
PIP/PAP: ระบบการแบ่งหน้าจอภาพกับหยุดภาพ
Response Time (Res.): เป็นค่าอัตราการตอบสนองของภาพบนหน้าจอ ตัวเลขยิ่งน้อยยิ่งดี
ขอขอบคุณ www.online-station.net/